หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา รายงานการศึกษ...

รายงานการศึกษา : สกร. ก้าวสู่ปีที่ 4 เดินหน้าปฏิรูปการศึกษา สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

16.05.26 | 07:00 น.

นับตั้งแต่การยกระดับจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. สู่ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 วันนี้ สกร.ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการสถาปนา ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ของโลกการศึกษา ที่ไม่ได้วัดเพียงการพาเด็กเข้าสู่ห้องเรียนอีกต่อไป แต่คือการทำอย่างไรให้ “คนทุกช่วงวัย” สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิตได้จริง

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา บทบาทของ สกร. ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะกลไกสำคัญของการศึกษานอกระบบ ที่ต้องรับมือกับทั้งปัญหาเด็กหลุดจากระบบ ผู้ใหญ่ที่ต้องการกลับมาเรียนใหม่ รวมถึงแรงงานยุคใหม่ที่ต้องการอัพสกิล รีสกิล เพื่อให้ทันกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สกร.จึงถูกวางบทบาทใหม่ ไม่ใช่เพียง “พื้นที่ทางเลือก” ของคนพลาดโอกาส แต่ต้องเป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ของประชาชนทุกกลุ่ม

Advertisement

นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สะท้อนภาพอนาคตของ สกร.ไว้อย่างชัดเจนว่า การปฏิรูปครั้งนี้ต้องทำให้การเรียนรู้ “ทันโลก ทันชีวิต และต่อยอดได้จริง” โดยมอบนโยบายสำคัญให้ สกร. เดินหน้าปรับหลักสูตรสู่รูปแบบ Flexible Curriculum หรือหลักสูตรยืดหยุ่น ที่ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ของตนเองได้มากขึ้น ทั้งด้านเวลา เนื้อหา และรูปแบบการเรียน ขณะเดียวกัน ยังเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพผ่านระบบอัพสกิลและรีสกิล ที่เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานจริง ภายใต้แนวคิด “เรียนแล้วต้องมีรายได้” เพื่อให้การศึกษาไม่ใช่เพียงใบวุฒิ แต่ต้องนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการพลิกโฉมห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ ให้กลายเป็น Co-working Space และพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของชุมชน รองรับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการทั้งพื้นที่ทำงาน การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย

“ผมอยากเห็น สกร. ป็นพื้นที่ที่โอบอุ้มคนที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง ในรูปแบบที่เขาเลือกได้ด้วยตัวเอง” รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.กล่าว

ด้าน นางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดี สกร. กล่าวว่า จากนี้จะมุ่งสร้าง “โอกาสที่จับต้องได้” ให้ประชาชน ผ่านระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ชีวิตจริง ภายใต้แนวคิด “อยากเรียนอะไร ต้องได้เรียน” หนึ่งในภารกิจที่ถูกผลักดันอย่างจริงจัง คือ ระบบเทียบโอนผลการเรียนและการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูประบบการเรียนรู้ไทย
การเปลี่ยนแปลงจาก กศน.มาสู่ สกร. ถือเป็นก้าวย่างสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทยภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างประชากรที่มีคุณภาพในยุคดิจิทัลผ่านทักษะที่จำเป็น โดย สกร.ได้กำหนดทิศทางการทำงานที่ครอบคลุมมากกว่าการศึกษาในรูปแบบเดิม แบ่งภารกิจออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ การจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อให้วุฒิการศึกษาแก่ผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เรียนกว่า 800,000 คน

2.การเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้

และ 3.การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง เน้นการพัฒนาทักษะชีวิตและวิชาชีพที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม

“ด้วยภารกิจที่ขยายตัวขึ้น กลุ่มเป้าหมายของ สกร.จึงไม่ใช่เพียงผู้พลาดโอกาสทางการศึกษา แต่คือคนไทยทุกช่วงวัย หนึ่งในจุดเด่นที่ สกร.นำกลับมาให้ความสำคัญคือระบบการสอบเทียบ ซึ่งเปรียบเสมือนทางลัดหรือ Fast Track สำหรับผู้ที่มีความพร้อมให้สามารถก้าวสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้รวดเร็วขึ้น ระบบนี้ถูกออกแบบให้มีมาตรฐานสูง เป็นที่ยอมรับของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กระบวนการไม่ได้มีเพียงการสอบวัดความรู้ทางวิชาการ แต่ยังรวมถึงการสัมมนาเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และกิจกรรมจิตอาสาเพื่อเสริมสร้างจริยธรรม สำหรับหลักสูตรปกติจะใช้เวลาเรียน 2 ปีต่อระดับชั้น โดยมีการเทียบโอนประสบการณ์เพื่อนำวิชาชีวิตมาลดระยะเวลาในห้องเรียนได้ รวมถึงการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน” นางเกศทิพย์กล่าว

ขณะเดียวกัน สกร.ยังมีแผนที่จะเปลี่ยนโฉมหน่วยงานที่มีอยู่ทั่วประเทศ เช่น ศูนย์การเรียนรู้ตำบลกว่า 7,000 แห่ง และห้องสมุดประชาชนกว่า 900 แห่ง รวมถึงศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 20 แห่งทั่วประเทศ ให้กลายเป็น Co-working Space และ Life Long Learning Ecosystem Center ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยจะมีการนำร่องในจังหวัดนครราชสีมา น่าน อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช และกาญจนบุรี
โดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. จะร่วมพิธี Kick Off ปรับโฉมครั้งใหญ่ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 (วันพิพิธภัณฑ์สากล) และวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย

ในโลกยุคใหม่การศึกษา อาจไม่ได้จบลงแค่ในห้องเรียนอีกต่อไป และภารกิจสำคัญของ สกร. จากนี้คือการทำให้คนไทยเชื่อว่า ไม่ว่าจะอายุเท่าไร หรือเคยหลุดออกจากระบบการศึกษามาก่อน ทุกคนยังมีโอกาสเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ได้เสมอ

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปีของ สกร. ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมงานมหกรรมวิชาการ “สกร.เปิดโลกสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต : DOLE Open House 2026” และพิธี Kick Off “From Museum to Lifelong Learning Ecosystem” ระหว่างวันที่ 18-19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00-17.00 น. ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การมอบรางวัล “ศิษย์เก่าเกียรติยศ” และ “สกร.เกียรติยศ” การเสวนาวิชาการด้านอนาคตการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ตลอดจนนิทรรศการและบูธกิจกรรมกว่า 40 บูธ ที่สะท้อนแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในหลากหลายมิติ

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการสถาปนา สกร. ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าปฏิรูปการเรียนรู้ครั้งใหญ่ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นเรียนรู้ได้ทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง