‘ยศชนัน’ พร้อมเดินเครื่อง ผลักดันพลังวิจัย พร้อมใช้งาน วางรากฐานเศรษฐกิจ

15.05.26 | 18:03 น.

‘ยศชนัน’ พร้อมเดินเครื่อง ผลักดันพลังวิจัย พร้อมใช้งาน วางรากฐานเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จ.ปทุมธานี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธาน เปิดงานสวทช. เครื่องยนต์วิจัยของชาติ (NSTDA: The National Research Engine)

โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ,นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน , น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง และนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. , น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม พร้อมเยี่ยมชมผลงานวิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของสวทช. เพื่อบูรณาการการใช้งานวิจัยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจของแต่ละกระทรวงอย่างเป็นรูปธรรม

นายยศชนัน กล่าวว่า สวทช. เป็นหน่วยงานวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศพร้อมเดินเครื่องพลังวิจัยของประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็น ‘National Research Engine’ หรือ เครื่องยนต์วิจัยของชาติ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การทำวิจัยบนหิ้ง แต่เป็นการนำโจทย์จริงจากทุกภาคส่วนมาเปลี่ยนเป็นอาวุธทางปัญญา โดยนวัตกรรมในวันนี้ คือ คำตอบของการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากและการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม อว. ในฐานะกำกับดูแล สวทช. โดยตรง จะผลักดันงานวิจัยให้พร้อมใช้งาน ทั้งแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเร่งสนับสนุนทุกภารกิจของรัฐบาลให้เห็นผลลัพธ์สู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“การเยี่ยมชมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก คือ “การทลายกำแพงระหว่างหน่วยงานวิจัยและผู้ใช้งานจริง” (Sandbox of Implementation) เพื่อส่งมอบวิธีการจากงานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของแต่ละกระทรวง เนื่องจาก สวทช.เป็นแหล่งรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน DATA center ที่พร้อมให้บริการ ซึ่งคาดหวังจะเกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวง หรือ เรียกว่า Synergertic Government ” นายยศชนัน กล่าว

Advertisement

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังได้วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพประเทศผ่านงานวิจัยในมิติที่หลากหลาย โดยกระทรวงแรงงาน ได้เดินหน้าการพัฒนาแรงงานฝีมือสูง ผ่านเทคโนโลยี 3D Printing และเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูง เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรทางการแพทย์และช่างฝีมือในอุตสาหกรรมอนาคต ให้สอดคล้องกับแนวทางการดูแลสังคมของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาบริหารจัดการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบ และเตรียมขับเคลื่อนธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand Food Bank) เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่กลุ่มเปราะบาง ขณะที่กระทรวงพลังงาน เดินหน้าขยายผลการตรวจสอบคุณภาพแผงโซลาร์เซลล์ใช้แล้ว เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ควบคู่กับการเร่ง Upskill และ Reskill บุคลากรในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และกระทรวงการคลัง ได้ร่วมกับ สวทช. และกรมสรรพากร นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาษีและการเงิน พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านกลไกของ BOI เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างความยั่งยืนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตขึ้นในอนาคต

“เรื่องนโยบาย ขอชี้แจงว่า ต้องมีแซนบ็อกก่อน สมมุติว่าอยากทำนโยบายบางอย่างที่ใช้บางอุปกรณ์ การลงทุนไปก่อนมีความเสี่ยง จึงอยากจะให้ทำในสเกลเล็กก่อน โดยหน่วยงานภาครัฐเป็นอีกหนึ่งขาที่สามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งปัญหาเกษตรกร เรื่องปุ๋ย แรงงาน พลังงาน และสุขภาพต่างๆ วันนี้ได้เชิญทางผู้บริหารแต่ละกระทรวงมา เพื่อที่จะมาดูนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง อย่างแรกตัวนักวิจัยเองได้รู้จักกัน และอย่างที่สองมองเห็นว่า ประเทศไทยมีโอกาส และมีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้ทันที โดยไม่ต้องพัฒนาใหม่ เช่น ‘ข้าวสุวรรณภูมิ’ พันธุ์ที่ทนต่อความแล้งและน้ำท่วมเฉียบพลัน เป็นข้าวเกรดที่นุ่มเหมือนกับหอมมะลิ ตอนนี้มีการพูดคุยกับกรมการข้าว เพื่อที่จะจดทะเบียน และนำไปใช้กับเกษตรกร สามารถเพิ่มผลผลิต ได้รับการยอมรับ โดยมีผลงานวิจัยรองรับ เร็วๆ นี้น่าจะได้เห็นผล” นายยศชนัน กล่าว

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ถ้าแต่ละกระทรวงต้องการที่จะมีโปรเจกต์บางอย่าง สามารถมาร่วมมือกับนักวิจัยของทางสวทช. ได้ โดยนักวิจัยของสวทช.ได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยของทางมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว และถ้าไม่สามารถทำงานกับทางสวทช.ได้ ทางนี้จะเป็นเหมือนเกตเวย์ เป็นต้นทางที่จะเชื่อมต่อมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้ รวมถึงมหาวิทยาลัยที่อยู่จังหวัดอีกด้วย