เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.)ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ซึ่งมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้นำเสนอความคืบหน้าการเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการแต่ก็มีความห่วงใยถึงแนวทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ที่จะยกระดับมหาวิทยาลัย การสร้างคนเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 การปรับตัวของมหาวิทยาลัยในระบบราชการปัจจุบัน รวมทั้งการปรับตัวของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)เป็นต้น ทั้งนี้ตนได้ชี้แจงถึงแนวทางที่เราจะบรรลุเป้าหมายได้นั้น ต้องอาศัยปัจจัยภายในและภายนอก โดยปัจจัยภายนอกคือ การเปลี่ยนแปลงของโลกสู่โลกดิจิตอล รวมไปถึงจำนวนเด็กที่ลดลงเรื่อยๆ โดยพบว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้าเด็กจะเข้ามหาวิทยาลัยลดน้อยลงกว่า 3 แสนคน ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายและเป็นวิกฤตที่บีบให้มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว ขณะเดียวกันผู้เรียนซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่โตมากับเทคโนโลยี หรือที่เราเรียกว่าเจนZ ก็ทำให้อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องปรับวิธีการสอนเช่นกัน สำหรับโครงสร้างกระทรวงอุดมนั้น จะเน้นความคล่องตัวและต้องมีขนาดเล็ก
“ขณะนี้คณะทำงานฯ เข้าพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งกระทรวงการอุดมฯครบเกือบหมดแล้ว เหลือเพียง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งจะเข้าพบวันที่ 19 มมิถุนายนนี้ ส่วนการนำร่างกฎหมายทั้งฉบับขึ้นเว็บไซด์ สกอ.ก็จะดำเนินการภายในวันที่ 10 มิถุนายนนและจัดประชุมใหญ่รับฟังความคิดเห็น วันที่ 23 มิถุนายนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและจะประชุมสรุปครั้งสุดท้ายวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ และนำร่างกฎหมายเสนอรัฐมนตรีว่าการศธ. ต่อไป” นพ.อุดม กล่าว
ก้านนายขจร จิตสุขุมมงคล นายบัณฑิต ทิพากร รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ก.พ.อ. มีมติเห็นชอบในหลักการในการจัดตั้งกระทรวงดังกล่าว โดยจะทำให้มหาวิทยาลัยมีการบริหารงานที่มีความเป็นอิสระคล่องตัว แต่มีข้อเสนอแนะ ถึงเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ว่าจะต้องนำเรื่องการจัดสรรงบฯมาเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ในการดำเนินการต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันจะต้องให้มหาวิทยาลัยมีการกำหนดทิศไทย ยุทธศาสตร์การทำงานที่ชัดเจน เป็นไปตามศักยภาพและความถนัดของแต่ละแห่ง
“ส่วนประเด็นที่มีข้อเสนอให้ยุบก.พ.อ. นั้นขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ เนื่องจาก ก.พ.อ. ยังมีบทบาทและหน้าที่ในการดูแลข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องตำแหน่งทางวิชาการ อีกกว่า 29,000 คน ซึ่งมีมาตรฐานและน่าเชื่อถือ ดังนั้นก.พ.อ.จึงมีความจะเป็นที่จะต้องอยู่ “นายขจรกล่าว

