สพฐ.ผนึก สอศ.เปิดรับนักเรียนโครงการห้องเรียนอาชีพ นำร่อง 6 ร.ร.มัธยมปลายทั่วประเทศ

2.06.17 | 13:53 น.

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือโครงการห้องเรียนอาชีพ ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยมีนายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และนายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ร่วมบันทึกลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ที่โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฎร์ จ.ปัตตานี ว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษาตามความถนัด และความสนใจแก่เยาวชนระดับมัธยมปลาย โดยการจัดการเรียนการสอนแบบทวิศึกษา เป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนระดับมัธยมปลายในการเข้าสู่การศึกษาระดับอาชีวศึกษา และเป็นทางเลือกสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมปลายที่มีความประสงค์จะเรียนควบคู่ไปกับหลักสูตรประกาศนียบัตร เพื่อให้ได้รับวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขาวิชาร่วมที่กำหนด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาอาชีวศึกษา และหน่วยงานเอกชน รวมทั้ง เครือข่ายประชาชนในการร่วมกันในด้านการจัดการเรียนการสอน การฝึกประสบการณ์ และพัฒนากำลังคนให้มีความรู้พื้นฐาน รวมถึงทักษะด้านอาชีพ พร้อมคุณภาพ และคุณธรรม ควบคู่ไปด้วย

พล.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า โครงการห้องเรียนอาชีพยังทำให้นักเรียนระดับมัธยมปลายได้เรียนรู้ และฝึกทักษะ ด้วยการฝึกงานจริงในช่วงปิดภาคเรียน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่ดี ซึ่งการดำเนินการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 นี้ ศธ.ได้มอบหมายให้ สพฐ.วางแผนด้านการบริหารจัดการ งบประมาณ อาคารสถานที่ พร้อมปรับปรุงโครงสร้างหลักสูตรห้องเรียนอาชีพร่วมกับ สอศ.พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนที่สนใจ และได้ดำเนินการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนโครงการห้องเรียนอาชีพ ประจำปีการศึกษา 2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้โครงการเกิดประสิทธิผลสูงสุด

นายบุญรักษ์กล่าวว่า สพฐ.ได้ดำเนินโครงการห้องเรียนอาชีพในปีการศึกษา 2560 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้เยาวชนระดับมัธยมปลายที่มีความถนัด และความสนใจต้องการจะเรียนต่อสายอาชีพได้รับการพัฒนา โดยเน้นการฝึกทักษะประสบการณ์เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพเรียนจบแล้วมีอาชีพรองรับทันที สามารถสร้างอาชีพให้สอดคล้องกับศักยภาพในพื้นที่ได้ ด้วยการเริ่มดำเนินการกับโรงเรียนในพื้นที่โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 6 โรง ได้แก่ 1.โรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 15 จ.นราธิวาส เปิดรับ 3 สาขา ได้แก่ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ช่างเชื่อมโลหะ และคหกรรม รวม 3 ห้อง เปิดรับห้องละไม่เกิน 30 คน 2.โรงเรียนเบตง “วีระราษฎร์ประสาน” สพม.เขต 15 จ.ยะลา เปิดรับ 2 สาขา ได้แก่ การโรงแรม และคหกรรม รวม 2 ห้อง เปิดรับห้องละไม่เกิน 30 คน 3.โรงเรียนราชมุนีรังสฤษฎ์ สพม.เขต 15 จ.ปัตตานี เปิดรับ 2 สาขา ได้แก่ ช่างเชื่อม และคอมพิวเตอร์ธุรกิจ รวม 2 ห้อง เปิดรับห้องละไม่เกิน 30 คน 4.โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ สพม.เขต 36 จ.เชียงราย เปิดรับ 3 สาขา ได้แก่ สาขาอุตสาหกรรมการเกษตร ช่างก่อสร้างและช่างไฟฟ้ากำลัง 3 ห้อง เปิดรับห้องละไม่เกิน 30 คน 5.โรงเรียนแม่จันวิทยาคม สพม. เขต 36 จ.เชียงราย เปิดรับ 3 สาขา ได้แก่ สาขาอาหารและโภชนาการ ช่างไฟฟ้ากำลัง และพืชศาสตร์ 3 ห้อง เปิดรับห้องละไม่เกิน 30 คน 6.โรงเรียนสรรพวิทยาคม สพม.เขต 38 จ.ตาก เปิดรับ 2 สาขา ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และการบัญชี 2 ห้อง เปิดรับห้องละไม่เกิน 30 คน

“ทั้ง 6 โรงเรียนนี้ถือเป็นโรงเรียนมัธยมตอนปลายที่เปิดสอนอาชีพที่มีความสอดคล้องกับบริบทอาชีพในพื้นที่ ตั้งอยู่ในจังหวัดพื้นที่โครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ มีเครือข่ายสถานศึกษาอาชีวศึกษา สถานประกอบการ ภาคีเครือข่ายในการจัดการเรียนการสอนอาชีพ และฝึกประสบการณ์จริง พร้อมทั้งเป็นโรงเรียนที่มีห้องเรียนพิเศษในโรงเรียนมัธยมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 มีแผนการเรียนแผนศิลป์-อาชีพ ตามสาขาอาชีพที่เปิดสอน และมีการจัดการเรียนรายวิชาสามัญที่โรงเรียน มัธยมศึกษา เรียนรายวิชาอาชีพที่โรงเรียนมัธยม หรือสถานศึกษาอาชีวะ” นายบุญรักษ์กล่าว