หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ประชุมคณะกรรม...

ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ นัดแรกมีความหวัง ยึด”ศาสตร์พระราชา”ร.9 แก้โจทย์การศึกษา

2.06.17 | 17:13 น.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา มีการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นัดแรกโดยมีนพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานกรรมการและกรรมการอิสระฯ 25 ราย พร้อมด้วยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. ผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. เข้าร่วม โดยนพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ศธ.มีการปรับโครงสร้างการบริหารราชการในส่วนภูมิภาค โดยมีการตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) มีการเกลี่ยบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในศธ.มาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคนไม่ใช่หมากรุก คิดจะหยิบตั้งวางตรงไหนก็ได้ จะทำให้เกิดความโกลาหลพอสมควร มีความขัดแย้งในส่วนของคนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับสำนักงานปลัด ศธ.ในแง่ความไม่เข้าใจคิดว่ามีการแย่งอำนาจ และบทบาทหน้าที่ ดังนั้น หากคณะกรรมการอิสระฯ จะเสนอปรับเปลี่ยนโครงสร้างการศึกษาของประเทศ ต้องเป็นข้อเสนอที่สามารถปฏิบัติได้ ไม่ใช่เปลี่ยนแล้วทะเลาะกันในระยะยาว

“ผมเชื่อว่าชาวบ้านไม่แคร์ว่าเราจะได้ซี 10 เพิ่มมาอีกกี่คน แต่เขาหว่งว่าลูกหลานจะได้ประโยชน์อะไร ดังนั้นคนจึงค่อนข้างตั้งความหวังกับคณะกรรมการอิสระฯชุดนี้ ซึ่งเท่าที่ดูหลายคนชอบว่า บอกว่าหน้าตาดี ไม่มีคนในศธ.และไม่มีทหารร่วมเป็นกรรมการฯ ซึ่งผมไม่ห่วงอะไรแล้วและคณะกรรมการฯก็มีอิสระอย่างเต็มที่”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นพ.จรัส กล่าวว่า อนาคตของชาติขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับการศึกษา สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือเรื่องคาดความหวัง จากคณะกรรมการอิสระฯ ทั้ง 25 คน ที่ได้รับเลือกเข้ามา ซึ่งเป็นยิ่งกว่าคณะที่เรียกว่าอรหันต์ เพราะกรรมการทุกคนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความคิด และประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ดังนั้น จึงต้องทำงานให้สำเร็จ ไม่สำเร็จไม่ได้ และต้องทำให้เป็นรูปธรรม ซึ่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้คณะกรรมการอิสระฯ มีระยะเวลาปฏิบัติงาน 2 ปีหรือ 104 สัปดาห์เท่านั้น โดยมีภาระงาน 5 ด้าน คือ วางแนวทางและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการปฐมวัย, เสนอแนะกลไกระบบการผลิตคัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู,ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการเรียนการสอนทุกระดับ, ศึกษาแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่างกฎหมายจัดตั้งกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพครู ซึ่งคณะกรรมการอิสระฯ จะพยายามทำให้ไปถึงจุดที่ใช้ประโยชน์และปฏิบัติจริงได้

Advertisement

“กรรมการฯทั้ง 25 คน มีที่มาอย่างหลากหลาย ดังนั้น จะมีการแบ่งกลุ่มกันไปศึกษาตามความถนัด แล้วนำความเห็นมารวมกัน เพื่อจัดทำข้อเสนอให้เป็นรูปธรรมต่อไป วิธีการทำงานของคณะกรรมการอิสระฯ จะศึกษาข้อมูล ความคิดเห็นจากรายงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ การปฏิรูปการศึกษาในปี 2542 และ 2553 ที่ผ่านมาก็มีความก้าวหน้า แต่ยังไปไม่ถึง สภาพประเทศไทยดูจะถดถอยลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ว่าจะแก้ไขอย่างไร ขณะเดียวกัน เราก็มีศาสตร์พระราชา ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ซึ่งในศาสตร์พระราชามีคำตอบมากมาย และความเป็นไทยของเราจะทำให้เราก้าวหน้า”นพ.จรัสกล่าว