‘ประเสริฐ’ สั่งบิ๊กศธ. ทำแพคเกจรับเงินกู้ 4 แสนล. มอบโจทย์พัฒนาคน-เทคโนโลยี แก้ปัญหาปท.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการสำคัญให้ ศธ.บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงแรงงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนที่สอง จำนวน 200,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาสร้างทักษะและสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ให้แก่ประชาชนและผู้เรียนทั่วประเทศนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้มอบหมายให้ผู้บริหารองค์กรหลัก ทั้งสำนักงานปลัด ศธ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปจัดเตรียมโครงการต่างๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และเป้าหมายของ พ.ร.ก.กู้เงิน ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้
“สำหรับงบประมาณกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ วงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก ใช้สำหรับบรรเทาความเดือดร้อน เยียวยาประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ใช้สำหรับการวางรากฐานและปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่ง ศธ.จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี โดยโจทย์สำคัญคือ การเพิ่มและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล AI รวมถึงการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ มาเป็นพลังงานสะอาดที่ผลิตจากแหล่งธรรมชาติ ไม่สร้างมลพิษและไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ หรือแม้กระทั่งการสร้างโซลาร์รูฟท็อป ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดภาระค่าไฟให้กับประชาชน ทั้งหมดนี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และเป็นไปตามเป้าหมายที่ พ.ร.ก.กำหนด” นายประเสริฐกล่าว
รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้เป็นการบ้านที่ตนได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานไปหารือ เพื่อเตรียมเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมเพื่อหารือเรื่องดังกล่าวนัดแรก วันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งจะมีการนำโครงการต่างๆ ที่แต่ละหน่วยงานนำเสนอมาดูรายละเอียด เพื่อจัดทำเป็นแพคเกจเดียวกัน ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

