โฆษก ศธ. แจงปมร่วมมือ TikTok ใช้ AI ช่วยผลิตคอนเทนต์ สอนเด็ก 2 นาที หวังลดภาระงานครู 

24.05.26 | 20:05 น.
TikTok

โฆษก ศธ. แจงปมร่วมมือ TikTok ใช้ AI ช่วยผลิตคอนเทนต์ สอนเด็ก 2 นาที หวังลดภาระงานครู ยันชัด แนวทางศธ.การใช้เทคโนโลยีต้องเหมาะสมตามช่วงวัย ไม่เพิ่มเวลาอยู่หน้าจอโดยไม่จำเป็น

 

กรณี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) หารือกับ บริษัท ติ๊กต๊อก (ไทยแลนด์) โดยมีมติว่า Tiktok มีความยินดีที่จะโปรโมตคอนเทนต์ของศธ.ให้ และจะมีการทำ MOU กับหลายภาคส่วน เพื่อประโยชน์ของการศึกษาไทย

ทั้งยัง มีการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเอไอส่งผลกระทบต่อการลดภาระงานครู เอไอเข้ามาช่วยครูในการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นสื่อการสอน 2 นาที ทำให้นักเรียนมีความเข้าใจต่อสื่อการสอนง่ายขึ้น และประหยัดเวลาสำหรับการทำสื่อการสอนให้กับครู จนกลายเป็นที่วิพากษวิจารณ์นั้น

อ่านข่าว ‘ประเสริฐ’ จับมือ TikTok ดัน AI ลดภาระงานครู ปั้นทักษะดิจิทัลเด็กไทย

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ เข้าใจและรับฟังความกังวลของผู้ปกครองและสังคม เรื่อง Screen Time และผลกระทบจาก Social Media ต่อเด็กอย่างจริงจัง

Advertisement

วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเด็กยุคใหม่ ขณะเดียวกัน กระทรวงก็รับทราบถึงข้อกังวลของสังคมต่อผลกระทบด้านสมาธิ พัฒนาการ และสุขภาวะของเด็กจากการใช้สื่อดิจิทัลเช่นกัน

สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินการ จึงไม่ใช่การส่งเสริมให้เด็กใช้โซเชียลมากขึ้น แต่คือการเตรียมเด็กไทยให้มีทักษะ Digital Literacy และ AI Literacy อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และรู้เท่าทันโลกยุคใหม่ เพราะหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ คือ “เทคโนโลยีต้องเป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่เป้าหมายของการศึกษา”

แนวทางของกระทรวงจึงชัดเจนว่า การใช้เทคโนโลยีต้องเหมาะสมตามช่วงวัย ไม่เพิ่มเวลาอยู่หน้าจอโดยไม่จำเป็น และต้องไม่กระทบต่อพัฒนาการ สุขภาวะ และการเรียนรู้ของเด็ก รวมทั้งไม่สามารถทดแทนห้องเรียน ครู หรือการเรียนรู้จากโลกจริงได้

หลายประเทศทั่วโลกกำลังพยายามหาสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับพัฒนาการเด็ก ซึ่งประเทศไทยก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้น “หากมีความเข้าใจว่า กระทรวงศึกษาธิการต้องการผลักดันให้เด็กใช้ TikTok หรือ Social Media มากขึ้น” อาจไม่ใช่สาระสำคัญของเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ คือ “การใช้เครื่องมือดิจิทัลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็กไทย”

ขณะเดียวกัน กระทรวงยังให้ความสำคัญกับการใช้ AI เพื่อลดภาระงานเอกสารและงานธุรการของครู เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น ไม่ใช่เพิ่มภาระไปที่เด็ก

ท้ายที่สุด ผมอยากจะย้ำเจตนารมย์ของเราว่า การศึกษาที่ดี ไม่ใช่การทำให้เด็กอยู่กับจอมากขึ้น แต่คือการทำให้เด็ก “ใช้เทคโนโลยีเป็น” อย่างรู้เท่าทัน สมดุล และเติบโตได้อย่างเหมาะสมในโลกยุคใหม่”