มทร.ธัญบุรี หนุนศธ.ปรับสัดส่วนการผลิตเด็กสายสามัญ กับอาชีวะ 45:55

26.05.26 | 11:16 น.

   จากกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)  มีแนวคิดปรับสัดส่วนผู้เรียนระหว่างสายสามัญกับสายอาชีวศึกษา จากเดิมสายสามัญ 70% และสายอาชีวศึกษา 30% เป็นสายสามัญ 45% และสายอาชีวศึกษา 55% นั้น

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว เนื่องจากการผลิตกำลังคนที่มีทักษะวิชาชีพถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษาไม่ได้มีเพียงองค์ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังมีทักษะการปฏิบัติงานที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดและสร้างนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

รศ.ดร.สมหมาย กล่าวต่อว่า มทร.ธัญบุรี มีวิสัยทัศน์ในการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติและนวัตกร โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศโดยให้ความสำคัญกับการรับนักศึกษาจากสายอาชีวศึกษา โดยมีสัดส่วนการรับนักศึกษาจากสายสามัญและสายอาชีวศึกษาในอัตรา 50:50 และในอนาคตมีแผนปรับเพิ่มสัดส่วนนักศึกษาสายอาชีวศึกษาให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน มทร.ธัญบุรี มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีจำนวน 89 หลักสูตร ซึ่งทุกหลักสูตรมุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ เพื่อพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานจากสายอาชีวศึกษา ซึ่งสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

“ หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นเยอรมนี และ สหรัฐอเมริกา ต่างให้ความสำคัญกับการศึกษาอาชีวศึกษาอย่างมาก เพราะบุคลากรสายวิชาชีพถือเป็นกำลังสำคัญของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ในหลายองค์กรระดับโลก ผู้บริหารจำนวนมากมีพื้นฐานจากสายอาชีวศึกษา เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการและการคิดเชิงนวัตกรรม โดยผู้ที่จบสายอาชีวศึกษาและสายทฤษฎีสามารถทำงานในตำแหน่งเดียวกัน มีโอกาสก้าวหน้าและรายได้ไม่แตกต่างกัน แต่จะมีจุดเด่นด้านความเชี่ยวชาญและเส้นทางอาชีพที่แตกต่างกัน บุคลากรสายอาชีวศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตบุคลากรสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้นจึงถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมมาก”รศ.ดร.สมหมาย  กล่าว