สพฐ. สั่งปรับกิจกรรมซ้ำซ้อน 50 โครงการ หวังลดภาระครู จี้ ร.ร.ออกใบจบให้เด็กทุกคน

26.05.26 | 15:19 น.

สพฐ. สั่งปรับกิจกรรมซ้ำซ้อน 50 โครงการ หวังลดภาระครู จี้ ร.ร.ออกใบจบให้เด็กทุกคน

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้ง 5 ด้าน ควบคู่กับมาตรการลดภาระครู มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพการศึกษา โดย สพฐ.ได้ประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบาย โดยนำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่มาวิเคราะห์และออกแบบแนวทางปฏิบัติ มีการจัดเวิร์กช็อปและเตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนเชิงระบบในแต่ละนโยบาย เพื่อกำกับติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังรายงานเรื่อง เป็นการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ซึ่งกำหนดจัดสอบวันที่ 13 มิถุนายนนี้ มีผู้สมัครประมาณ กว่า 17,000 คน รับได้ประมาณ 2,050 อัตรา เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานกับ สพฐ.มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ได้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นธรรม โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ดำเนินการจัดสอบภายใต้หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่วนกรณีที่ สพฐ.เตรียมคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ(คปร.) ปรับรูปแบบการจ้างงานจาก “จ้างเหมาบริการ” เป็น “ลูกจ้างชั่วคราว” รวม 7,588 อัตรา ภายในปีงบประมาณ 2569 นั้น ยืนยันว่าได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกระบวนการดำเนินงาน พร้อมกำชับให้แต่ละพื้นที่พิจารณาด้วยความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

“ส่วนความคืบหน้า นั้น สพฐ. ได้ยกเลิกการกรอกข้อมูลบางระบบ เช่น การประเมิน ITA ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพ โดยบูรณาการข้อมูลจากระบบ Connext ED มาเชื่อมโยงแทน เพื่อลดภาระงานเอกสารของโรงเรียน รวมถึงพัฒนาระบบเทคโนโลยีสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร 215 โรงเรียน ให้สามารถดึงข้อมูลจากระบบ DMC มาใช้งานได้อัตโนมัติ ลดการรายงานข้อมูลซ้ำซ้อน ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใช้ระบบ OIT Plus ในการจัดเก็บข้อมูล นอกจากนี้ สพฐ. ยังเดินหน้าปรับลดกิจกรรม ใน 50 โครงการ อาทิ การรายงานผลโครงการ มายังส่วนกลาง หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่สร้างภาระแก่ครูและโรงเรียน เพื่อให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนและดูแลนักเรียนมากขึ้น พร้อมเปิดรับข้อเสนอจากครูและผู้บริหารทั่วประเทศ เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานในระยะยาว แต่ยังไม่ใช้การยกเลิกโครงการ โดยปัจจุบันสพฐ. มีโครงการที่ลงไปสู่สถานศึกษา ทั้งหมดรวม 120 โครงการ” นายพิเชฐ กล่าว

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังได้กำชับ ให้โรงเรียนออกเอกสารระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ให้แก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา แม้ยังมีปัญหาค่าใช้จ่ายค้างชำระ โดยให้โรงเรียนและผู้ปกครองร่วมกันหาแนวทางแก้ไข แต่ต้องไม่กระทบสิทธิของนักเรียนในการศึกษาต่อ ส่วนเรื่องด้านความปลอดภัยในสถานศึกษานั่น นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร นำระบบ Traffy Fondue และ Edu Save มาใช้เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนสังกัด สพฐ. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

Advertisement