‘นักวิชาการ’ หนุนรื้อหลักสูตรวิทย์-คณิต เน้นใช้ฐานสมรรถนะ สอนเด็กคิดวิเคราะห์

27.05.26 | 09:55 น.

‘นักวิชาการ’ หนุนรื้อหลักสูตรวิทย์-คณิต เน้นใช้ฐานสมรรถนะ สอนเด็กคิดวิเคราะห์

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า กรณีที่ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่ง สั่งรื้อหลักสูตรและหนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่มีเนื้อหาที่ลงลึกและยากเกินไปสำหรับเด็กในบางพื้นที่ เนื้อหาบางเรื่องของไทยเรียนในระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น แต่ในต่างประเทศเรียนในระดับ ม.ปลาย เร่งเด็กโตเกินไป นั้น ส่วนตัวมองว่า วิชาวิทย์-คณิต เป็นแกนวิชาสำคัญ ในเรื่องของสะเต็มศึกษา แต่ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ว่า หลักสูตรปัจจุบัน มีความยาก เนื้อหาตอบโจทย์เด็กหัวกะทิบางกลุ่ม แต่เด็กปกิตอีก 60-70% กลับตามไม่ทัน และไม่ใช่แค่วิชาวิทย์-คณิต ที่จะต้องมีการปรับรวมไปถึงวิชาอื่นๆก็อยากให้มีการทบทวนด้วยเช่นกัน


“เนื้องหาหลักสูตรวิทย์-คณิต ของสสวท.ในปัจจุบัน เป็นเนื้อหาที่เหมาะสมกับเด็กโรงเรียนขนาดใหญ่ หรือเด็กในเมือง ซึ่งสามารถเรียนได้ตามปกติ สามารถทำผลสอบออกมาได้ระดับดี แต่ก็ทำให้เกิดความเหลื่อล้ำกับเด็กต่างจังหวัด ซึ่งได้รับทรัพยากรในการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่อยากฝากถึงนายอัครนันท์ คือ อยากให้เน้นกระบวนการเรียนรู้ โดยการเรียนเป็นแล็บแบบแห้ง ไม่ตอบโจทย์ และไม่น่าสนใจ แต่ควรเน้นการเรียนรู้แบบปฏิบัติจริง จากห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะช่วยสอนให้เด็กได้ฝึกกระบวนการคิด วิเคราะห์ข้อมูล การทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ และการทดลองด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้เด็กไม่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ถึงมีเอกสารและคู่มือที่ดี แต่เด็กไม่ได้ลงมือใช้อุปกรณ์วิทยาศาสตร์จริง ก็ไม่ได้เป็นการสร้างเสริมหรือต่อยอดไปสู่กระบวนการคิดวิเคราะห์ได้” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ควรเดินหน้าใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะอย่างเต็มที่ ศธ.ต้องกล้าประกาศให้หลักสูตรฐานสมรรถนะทั่วประเทศ ไม่ใช่ใช้ระบบนำร่อง ปีละหนึ่งชั้นเรียน เนื่องจากมีความล่าช้า ขณะที่โลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องวิทยาการความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรม ดังนั้นหลักสูตรควรปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้การศึกษาของไทยอยู่ในระดับพอใช้ ยกตัวอย่าง หลักสูตรต่างประเทศ 5 ปี มีการเปลี่ยนหลักสูตร 1 ครั้ง ทำให้หลักสูตรต่างประเทศทันสมัยต่อโลกยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ การปรับหลักสูตรเป็นเรื่องที่ทางสสวท. มีความถนัด แต่กลับได้รับข้อทักท้วงว่าหลักสูตรมีความยาก ทำให้ต้องกลับมาทบทวนการพัฒนาหลักสูตรใหม่

“เรื่องนี้เป็นข้อดีที่สสวท.ได้เรียนรู้และตระหนักว่า การปรับหลักสูตรเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ต้องใช้มืออาชีพ ส่วนข้อเสีย ที่ต้องระมัดระวังคือ การปรับหลักสูตรอาจจะต้องใช้ข้อมูลทางวิชาการมาสนับสนุน เช่น กรณีที่ระบุว่า หลักสูตรวิทย์-คณิต มีความยากเกินไปสำหรับเด็ก ต้องมีงานวิจัยเข้ามาช่วยสนับสนุน ไม่สามารถอาศัยทัศนคติของคนเพียงกลุ่ม มาเป็นเหตุผลในการตัดสินใจเรื่องสำคัญดังกล่าวได้” นายสมพงษ์ กล่าว

Advertisement