ศธ.ไฟเขียว ยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ เน้นยืดหยุ่น-เรียนรู้ตลอดชีวิต ทันโลกอนาคต พร้อมดันเข้าสภาฯ ธ.ค. ประกาศใช้ปลายปี’70
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ของศธ. ว่า ที่ประชุมหารือความคืบหน้าการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งประเทศไทยรอการปฏิรูปกฎหมายการศึกษาครั้งใหญ่มาเป็นเวลานาน และศธ.เห็นตรงกัน ว่า พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับนี้ ต้องสอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ และสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการเรียนรู้ รวมถึง ต้องรองรับความแตกต่างของผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดพื้นที่ให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบโจทย์อนาคต
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ศธ. ได้มีการจัดเวิร์กช็อป รับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน รวมถึงข้อเสนอแนะที่ได้รับเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง พบว่า ความเห็นส่วนใหญ่เป็นไปเดียวกัน คือ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับ 660/2564 ยังมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และยังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง โดยทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้กระบวนการปฏิรูปกฎหมายการศึกษาล่าช้าต่อไป เพราะกฎหมายฉบับนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการปรับปรุงระบบการศึกษา รวมถึงกฎหมายลูกและกลไกต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอนาคตด้วยศธ. จึงตัดสินใจเดินหน้า “จัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” โดยจะต่อยอดจากข้อเสนอ งานศึกษา และความคิดเห็นที่มีอยู่เดิม พร้อมปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศและโลกในปัจจุบันการดำเนินงานครั้งนี้จะ มีกรอบเวลาที่ชัดเจน มีโครงสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และเปิดให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่สังคมร่วมกันออกแบบ ไม่ใช่กฎหมายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในส่วนของโครงสร้างการทำงาน จะประกอบด้วย 2 คณะหลัก
1.คณะที่ปรึกษา หน้าที่รวบรวมความคิดเห็น หลักการ และข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อสะท้อนมุมมองของสังคมต่อทิศทางการศึกษาไทย โดยจะมีตัวแทนจากภาคการเมือง ภาคประชาสังคม ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปฏิบัติงานหน้างาน ภาคเอกชน นักวิชาการ ตลอดจนเยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม
2.คณะยกร่างพ.ร.บ.ฯ ทำหน้าที่เป็นคณะทำงานเชิงปฏิบัติ รับผิดชอบการยกร่างกฎหมาย และวางแผนการดำเนินงานอย่างจริงจัง
“นอกจากนี้ ศธ.จะจัดตั้งคณะทำงานบูรณาการ และอนุกรรมการติดตามความคืบหน้ารวมถึงจัดตั้งสำนักงานเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานเรื่องนี้โดยตรง เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีเอกภาพ สำหรับกรอบเวลา ศธ. ตั้งเป้าหมายให้กระบวนการยกร่าง รวมถึงการรับฟังความคิดเห็น แล้วเสร็จภายในปลายปีนี้ เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาได้ทันสมัยประชุมหน้า ซึ่งก็คือ ภายในเดือนธันวาคม 2569 และคาดว่า จะสามารถประกาศใช้พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ได้ ภายในปลายปี 2570 ผมขอยืนยันว่า ศธ. จะเดินหน้าทำงานเรืองมีอย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเปิดพื้นที่ทำงานร่วมกับสังคมในครั้งนี้ จะนำไปสู่กฎหมายการศึกษาที่ทันสมัย ยืดหยุ่น เป็นธรรม และได้รับการยอมรับร่วมกันจากทุกฝ่าย เพื่อวางรากฐานอนาคตของเด็กไทยและประเทศชาติในระยะยาว“ นายประเสริฐ กล่าว



