หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา จ่ายตรงครูเอก...

จ่ายตรงครูเอกชนสะดุด! รพ.ปัดใช้สิทธิ อ้างข้อมูลไม่สมบูรณ์ ‘ประเสริฐ’ เล็งถกสธ. แก้ปัญหา

28.05.26 | 09:44 น.

จ่ายตรงครูเอกชนสะดุด! รพ.ปัดใช้สิทธิ อ้างข้อมูลไม่สมบูรณ์ ‘ประเสริฐ’ เล็งถกสธ. แก้ปัญหา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เมื่อเร็วๆ นี้ รับทราบรายงานผลการดำเนินการ กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน ปัจจุบันมีสมาชิก 107,073 คน สถานะงบรายรับ-รายจ่าย ณ เดือนเมษายน 2569 มีงบรายรับอยู่ที่ 88,163,578.02 บาท และงบรายจ่าย 54,771,219.88 บาท คิดเป็นกำไร 33,392,358.14 บาท สวัสดิการตามโครงการเบิกจ่ายตรง (NCH) ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาพรวมมีสถานพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 545 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัด อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินการ ยังพบปัญหาในโรงพยาบาลบางแห่ง เช่น ครูถูกปฏิเสธสิทธิการเบิกจ่ายตรง และระบบฐานข้อมูลไม่สมบูรณ์ เป็นต้น ซึ่งทางกองทุนฯ จะเร่งดำเนินการแก้ไข โดยจะเร่งหารือเพื่อลงนามสัญญาร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เพื่อสร้างความชัดเจนในการเบิกจ่ายตรงต่อไปโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันยังมีข้อเสนอ เพิ่มสิทธิการรักษาโรคร้ายแรงเพิ่มเติม อาทิ มะเร็ง ฯลฯ ซึ่งคงต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้อีกครั้ง


“นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบ คำสั่ง การยกเลิกคำสั่งควบคุมโรงเรียน จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้มีคำสั่งเข้าควบคุมโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2562 จากปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยภายในสถานศึกษา รวมถึงประเด็นด้านการบริหารงบประมาณ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขสถานการณ์การบริหารให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งในปัจจุบัน สถานการณ์การเรียนการสอนได้คลี่คลายและกลับเข้าสู่ความเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของโรงเรียนก็ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลปกครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 สช. ได้มีคำสั่งยกเลิกการควบคุม โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยแล้ว” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ปัจจุบัน เรื่องการควบคุมกิจการของโรงเรียนเอกชนในระบบ จำนวน 2 โรงเรียน ในจังหวัดลำปาง โดยทั้งสองโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารเสริม (นม) จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ลำปาง แต่ไม่ได้นำไปจัดซื้อหานมให้กับโรงเรียน ซึ่งถือเป็นการไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต โดยทาง ศธจ.ลำปาง ได้เรียกคืนเงินอุดหนุนดังกล่าว แต่ทางโรงเรียนยังไม่ได้นำส่งเงินคืนจนครบถ้วนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ ทางโรงเรียนไม่ได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีโรงเรียนตามที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย ทาง ศธจ.ลำปาง เห็นว่าการกระทำทั้งหลายของทางโรงเรียนทั้งสอง อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อการดำเนินการกิจการของโรงเรียน จึงได้มีคำสั่งให้โรงเรียนเพ็ญจิตตพงษ์ และโรงเรียนอนุบาลเพ็ญจิตตพงษ์ อยู่ในการควบคุมของ ศธจ.ลำปาง พร้อมกับตั้งคณะกรรมการควบคุมฯ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการศธ. ได้สั่งการให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อกรณีดังกล่าว

”ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการขอรับเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2557 ให้มีความเหมาะสมและทันสมัย สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน สาระสำคัญในการปรับปรุงแก้ไขร่างประกาศ ได้แก่ การปรับให้ครอบคลุมการช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนทั้งโรงเรียนในระบบและโรงเรียนนอกระบบ ที่จะขอรับเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยพิบัติ การปรับเพิ่มหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือนักเรียนเป็นค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน การกำหนดรายการช่วยเหลือโรงเรียน กำหนดวิธีการยื่นคำขอรับเงินอุดหนุน และการกำหนดให้ ศธจ. สช.จังหวัด และ สช.ส่วนกลาง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและรับรองความเสียหายของโรงเรียนที่ยื่นขอรับเงินอุดหนุนดังกล่าว เป็นต้น โดยได้มอบให้ สช. ไปปรับแก้รายละเอียด ตามข้อสังเกตของที่ประชุม กช. พร้อมเสนอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณาลงนามต่อไป“ นายประเสริฐ กล่าว

Advertisement