นักวิชาการ แนะศธ.ทบทวนใช้คลิปสั้น ชี้ต้องพิจารณารอบคอบ แนะสร้างเด็กให้มี Digital Literacy

29.05.26 | 13:34 น.
คลิปสั้น

นักวิชาการ แนะศธ.ทบทวนใช้คลิปสั้น ชี้ต้องพิจารณารอบคอบ สร้างเด็กให้มี Digital Literacy

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่า นโยบายต่างๆ ของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้รับการตอบรับที่ดี อาจจะเป็นเพราะเตรียมตัวมาดี และอีกคนที่โดดเด่นคือ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. เป็นคนรุ่นใหม่ ไฟแรง กล้าชน ทำงานถึงลูกถึงคน ซึ่งถือเป็นข้อดีของรัฐมนตรีทั้ง 2 คน แต่มีจุดหนึ่งที่ตนอยากให้ทบทวน คือ การใช้เอไอเข้ามาช่วยครูในการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นสื่อการสอน 2 นาที อยากให้ทบทวนโดยฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน

นายสมพงษ์ กล่าวว่า จากรายงานพบว่า ร้อยละ 98 เด็กมีโอกาสเข้าถึงดิจิทัล แต่ที่เป็นประเด็นปัญหาคือ “เวลา” และ “คุณภาพ” เมื่อเด็กเข้าถึงสื่อดิจิทัลค่อนข้างเละเทะ ถูกปล่อยปละละเลย หละหลวมซึ่งส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของเด็กอย่างมหาศาล แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดเพื่อยอดวิว ทำให้คนเสพติดมากกว่าเรื่องการเรียนรู้ ซึ่งในปัจจุบันเด็กใช้เทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น แชตจีพีที ดูคลิปสั้นผ่านแอพพ์ต่างๆ 3.6-6 ชั่วโมง ถือเป็นเวลา 1 ใน 3 ของชีวิตเด็ก ซึ่งเราแทบจะไม่มีการเตรียมการป้องกันเด็กและเยาวชนเลย คือ การเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจนเรียกว่า “การเลื่อนหน้าจอไม่สิ้นสุด”

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีจากรายงานการวิจัย ค้นพบว่า ยิ่งเด็กเสพสื่อวิดีโอสั้นๆ มีความสัมพันธ์ชัดเจนต่อเรื่องการขาดสมาธิ ความไม่อยู่นิ่ง และการต่อต้าน นอกจากนี้ยังพบว่า เมื่อเด็กเสพสื่อเหล่านี้มากขึ้น อายุของเด็กไทยจะน้อยลงตามลำดับ นอกจากจะมีสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่งแล้ว ยังสร้างสังคมใหม่ที่มีการเปรียบเทียบชีวิต ภาพลักษณ์ สังคมลักษณะนี้ทำให้เกิดการบูลลี่ กีดกัน และกลั่นแกล้งจำนวนมาก ผลที่ตามมาคือความเครียด การแยกตัวเอง กังวลกับภาพลักษณ์ของตน ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางอารมณ์ แยกตัวเองออกจากสังคม ซึมเศร้า และจำนวนไม่น้อยที่คิดจบชีวิตตนเอง

นายสมพงษ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนเราอยู่ในยุคที่เด็กวิ่งเล่นกัน แต่ปัจจุบันสังคมของเด็กถูกยกจากสังคมมนุษย์สู่สังคมไซเบอร์ ทำให้เด็กมีอัตลักษณ์ มีพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดจำนวนมาก และคนที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตเด็กคือ “อินฟลูเอนเซอร์” ที่คละเคล้ากันไปทั้งดีและไม่ดี เราปล่อยให้เด็กอยู่ในสังคมที่มีอินฟลูฯอยู่ โดยที่ไม่มีภูมิต้านทาน ตนมองว่านายประเสริฐ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาก่อน เชื่อว่ารู้เรื่องเหล่านี้ดี จึงอยากให้ทบทวนการนำคลิปสั้นเป็นสื่อการสอน พร้อมกับทำตรงกันข้าม คือ กลับมาพิจารณาในเรื่อง Digital Literacy ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับนักเรียน ประกอบกับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) มีนโยบายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถ้าดำเนินนโยบายด้านดิจิทัลไม่ดี จะส่งผลทำลายทุนมนุษย์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

“ขณะนี้หลายประเทศ ก้าวทัน รู้จักและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เช่น ออสเตรเลียประกาศใช้กฎหมายประวัติศาสตร์ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีประเทศอังกฤษ ประเทศมาเลเซีย ที่เริ่มออกนโยบายมาแล้ว จึงอยากให้นายประเสริฐ ทบทวนเรื่องดังกล่าว มองคลิปสั้นเหล่านี้เป็นสื่อเสริมการศึกษา ไม่ควรนำมาใช้เป็นหลัก แม้ต่อมา นายประเสริฐ จะประกาศคุมเด็กติดจอก็ตาม แต่อยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณาในรอบคอบ ระมัดระวัง ออกนโยบายต้องเพื่อเด็ก เยาวชน และเพื่อการศึกษาจริงๆ อย่างไรก็ตาม การสร้างพลเมืองและทุนมนุษย์นั้น ผมไม่ปฏิเสธการใช้ดิจิทัล แต่ต้องทำให้เด็กอยู่กับมันให้ได้อย่างสมดุล ต้องเปลี่ยนเด็กไทยจากผู้เสพเป็นผู้สร้าง และศธ. จำเป็นสร้างองค์รวมของพลเมือง ให้เข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจ และสุขภาพ ทั้งนี้ขอเรียกร้องออก พ.ร.บ.ไซเบอร์ ให้กับสังคมไทยมิเช่นนั้นเราจะตามไม่ทัน และการคุ้มครองเด็กของรัฐ และผู้ปกครองต้องมีความเข้าใจตรงกัน” นายสมพงษ์ กล่าว

Advertisement