‘ประเสริฐ’ ไฟเขียวตั้ง ‘อนุกรรมการเฉพาะกิจ พลิกโฉมร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เน้นกระชับ-ยืดหยุ่น

29.05.26 | 15:23 น.

‘ประเสริฐ’ ไฟเขียวตั้ง ‘อนุกรรมการเฉพาะกิจ พลิกโฉมร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เน้นกระชับ-ยืดหยุ่น

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา โดยมีกรรมการสภาการศึกษา และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการและเลขานุการเข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์


คณะกรรมการสภาการศึกษา พิจารณาแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….” โดยมี ศ.(พิเศษ) วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธาน เพื่อเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ตามนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการศธ. การเคลื่อนไหวครั้งนี้สืบเนื่องมาจากนโยบายของศธ. ที่มุ่งสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษา โดยใช้กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติเป็นธรรมนูญหลัก สกศ. จึงได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนพรรคการเมือง และภาคประชาสังคม เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผ่านมา ซึ่งทุกฝ่ายมีมติเห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศจำเป็นต้องมีกฎหมายการศึกษาที่ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสามารถแก้ปัญหาการศึกษาในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างแท้จริง

การประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำ “ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับใหม่” โดยมีแนวคิดหลักในการปฏิรูปกฎหมายให้มีลักษณะ กระชับในหลักการ ชัดเจนในกรอบแนวคิด มีความยืดหยุ่น และมีสภาพบังคับใช้ได้ในระยะยาว จะส่งผลให้ตัวร่างกฎหมายมีจำนวนมาตราไม่มากเกินไป แต่รองรับการพลิกโฉมการศึกษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ด้านข้อกฎหมาย สกศ. ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 33 (5) แห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และมาตรา 14 , 18 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 ในการจัดทำร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจชุดนี้ขึ้น โดยคณะอนุกรรมการฯ จะทำหน้าที่ยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ พร้อมจัดทำแผนการขับเคลื่อนเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการสภาการศึกษาพิจารณาเห็นชอบ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางนิติบัญญัติตามขั้นตอนต่อไป และสกศ. จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและขับเคลื่อนแผนงานทั้งหมด เพื่อให้การจัดทำร่างธรรมนูญการศึกษาฉบับใหม่นี้สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วที่สุด