สพฐ. เผยครูกว่า 100 สอบตกลูกจ้างชั่วคราว จี้เขตส่งข้อมูลเพิ่ม เร่งวางแผนเยียวยา
กรณีครูสาวรายหนึ่งโพสต์คลิปขอความเป็นธรรม บอกว่าตนเป็นลูกจ้างในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในงบครูขาดแคลนขั้นวิกฤต ทำงานมาเกือบ 7 ปี ด้วยเงินเดือน 15,000 บาท ต่อมาทาง สพฐ. ประกาศเปลี่ยน อัตรา จากจ้างเหมาบริการมาเป็น ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ ในตำแหน่งครู จำนวน 7,588 ตำแหน่ง และมีการปรับเพิ่มเงินเดือนและได้รับสิทธิประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ได้มีการจัดสอบคัดเลือกรอบใหม่ สามารถรับได้ 6 คน แต่ผู้ร้องสอบได้อันดับที่ 8 จึงไม่ได้รับการคัดเลือก จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับทราบกรณีดังกล่าว และสั่งการให้ทาง สพฐ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด พร้อมชี้แจงต่อสังคมนั้น
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว ทั้ง 7,588 อัตรา ตามที่รับอนุมัติจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) คิดเป็น 10% จากที่ขอไปเกือบ 70,000 อัตรา โดยก่อนดำเนินการคัดเลือกได้มีการหารือฝ่ายกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ให้ความเห็นว่า การจัดสอบจะต้องเปิดกว้างให้ผู้ที่มีคุณสมบัติสามารถสมัครสอบคัดเลือกได้ ส่วนการจัดสอบเป็นอำนาจของแต่ละเขตพื้นที่ฯ ไปดำเนินการ โดยก่อนการจัดสอบ สพฐ. มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อให้การจัดสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม
“จากการรายงานเบื้องต้น หลังการสอบคัดเลือก มีกลุ่มครูจ้างเหมาบริการเดิม สอบไม่ผ่าน และได้คนใหม่มาแทน ประมาณกว่า 100 รายใน 50 เขตพื้นที่ฯ ทำให้เกิดความไม่พอใจ ซึ่งสพฐ. เองรับฟังทุกความคิดเห็น ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใย มอบหมายให้สพฐ. วางแนวทางแก้ไขปัญหา โดย สพฐ.ได้สั่งการให้แต่ละเขตพื้นที่ฯ รายงานข้อมูล การดำเนินการ อาทิ มีลูกจ้างเหมาบริการเดิมกี่คน มีผู้เข้าสอบกี่คน เหตุผลที่คนเก่า ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกได้ สำหรับแนวทางเยียวยาส่วนหนึ่งจะมาจากเขตพื้นที่ฯ อีกส่วนมาจากทางสพฐ. ที่จะพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสม ตามควรแก่กรณี” นายพิเชฐ กล่าว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม สพฐ.ยืนยันว่า มีความห่วงใย ให้ความสำคัญกับคนเดิม ที่ทำงานเพื่อส่วนรวม เพื่อโรงเรียนตลอดมา เมื่อได้รับข้อมูลจากทุกเขตพื้นที่ฯแล้ว จะมีการหารือเพื่อวางแผนเยียวยาหาทางออก ส่วนตัวคิดว่าจะมีทางออกที่ดีสำหรับคนที่ไม่ได้รับการคัดเลือก ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ และเขตพื้นที่ฯ ยืนยันผลการทำงาน
“การดำเนินการครั้งนี้ จะเป็นการเยียวยาผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือก ให้ได้รับความเป็นธรรม ส่วนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไปแล้ว ทั้ง 7,588 อัตรา ก็ต้องทำสัญญาจ้างไปตามหลักเกณฑ์ ที่แต่ละเขตกำหนด โดยการเยียวยา คงต้องดูเป็นรายกรณีไป เพราะต้องเคารพกระบวนการคัดเลือกของทางเขตพื้นที่ฯ ที่มีคณะกรรมการดำเนินการ หากถูกต้องไม่มีข้อผิดพลาดก็ว่าไปตามขั้นตอน ส่วนที่เหลือก็ต้องมาดูข้อมูลและหาทางเยียวยาเป็นรายกรณีไป” เลขาธิการกพฐ.กล่าว
เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า ส่วนข้อครหาที่อ้างว่า เขตพื้นที่ฯ คัดเลือกคนของตัวเองเข้าไป ทำให้คนเก่าไม่ได้รับการคัดเลือกนั้น คงต้องดูเหตุ ดูผล และหลักฐานว่า ดำเนินตามกระบวนการหรือไม่ โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้เมื่อได้ข้อมูล พร้อมแนวทางเยียวยาครบถ้วนแล้วจะรายงานให้รัฐมนตรีว่าการศธ. รับทราบต่อไป
สำหรับการเปลี่ยนจากจ้างเหมาบริการ มาเป็นลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 7,588 อัตรานั้น จะส่งผลให้ครูอัตราจ้างที่ผ่านการคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราวได้รับเงินเดือนสูงขึ้น และได้รับสิทธิประโยชน์ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โดยกลุ่มครูผู้ช่วยที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี 5 ปี หรือมีประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) จะได้รับอัตราเงินเดือนสูงสุดถึง 19,120 บาท กลุ่มครูผู้ช่วยวุฒิปริญญาตรี 4 ปี จะได้รับอัตราเงินเดือน 18,220 บาท ขณะที่กลุ่มครูช่วยสอน ครูพี่เลี้ยง และครูสอนศาสนาอิสลาม จะได้รับอัตราเงินเดือนรวมค่าครองชีพเริ่มต้นที่ 11,000 บาท โดย สพฐ.กำชับให้เขตพื้นที่ทั่วประเทศเร่งดำเนินการคัดเลือกบุคลากรตามขั้นตอน และจัดทำสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสามารถเริ่มลงนามในสัญญาจ้างใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

