นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 卜昼卜夜bǔ zhòu bǔ yè (ปู่ โจ้ว ปู่ เย่) โดย คำว่า
卜 bǔ (ปู่) แปลว่า ทำนาย เสี่ยงทาย
昼 zhòu (โจ้ว) แปลว่า กลางวัน
夜 yè (เย่) แปลว่า กลางคืน
เมื่อรวมกันแปลตรงตามตัวหนังสือหมายถึง เสี่ยงทายช่วงเวลากลางวันและเสี่ยงทายช่วงเวลากลางคืน แต่ในความหมายแฝงของคำสุภาษิตนี้จะไปคนละทิศคนละทาง หมายถึงการกินเลี้ยงที่ไม่รู้จักเวลาหยุด ดื่มกินเมามันอย่างหามรุ่งหามค่ำ มาดูตัวอย่างนิทานสุภาษิตคำนี้กัน
ประเทศจีนในยุคชุนชิว春秋 Chūnqiū เมื่อปี 672 ก่อนคริสตกาล กษัตริย์เซวียนกง宣公 Xuānɡonɡ (เซวียนกง) แห่งรัฐเฉิน陈国/陳國Chén ɡuó (เฉินกั๋ว) ต้องการแก้ไขการแต่งตั้งองค์รัชทายาทใหม่ โดยให้โอรสที่เกิดจากสนมคนโปรดขึ้นเป็นรัชทายาทแทนองค์เดิม จึงตัดสินพระทัยอย่างโหดเหี้ยมสั่งประหาร ยวี่โค่ว 御寇 Yù Kòu รัชทายาทองค์ปัจจุบันเสีย การประหารองค์รัชทายาทในครั้งนี้ สร้างความหวาดผวาขึ้นทั่วแคว้น หนึ่งในบุคคลที่เดือนร้อนที่สุดก็คือจิ้งจ้ง敬仲Jìnɡ Zhònɡ ผู้มีความรอบรู้และมีความสามารถรอบด้าน และเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับองค์รัชทายาท ดังนั้นเมื่อรัชทายาทถูกประหารชีวิตไปแล้ว เขาก็หวาดกลัวว่าความวุ่นวายทั้งหลาย และการแต่งตั้งรัชทายาทองค์ใหม่ในครั้งนี้ จะลุกลามบานปลายมาถึงตน จึงหลบหนีออกจากรัฐเฉินมุ่งหน้าไปยังรัฐฉี齐国/齊國Qí ɡuó (ฉีกั๋ว)
ในขณะนั้น ผู้ปกครองรัฐฉีคือ ฉีหวนกง齐桓公/齊桓公Qí Huánɡōnɡ หนึ่งใน “ห้าผู้ครองแคว้นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคชุนชิว” 春秋五霸/春秋五霸Chūnqiū wǔ bà (ชุน ชิว อู่ ป้า)และรัฐฉีก็กำลังรุ่งเรืองอย่างมาก เมื่อเซวียนกงแห่งเฉินทราบว่าจิ้งจ้งหลบหนีไปยังรัฐฉี ด้วยความเกรงกลัวต่ออำนาจของฉีหวนกง จึงไม่กล้าติดตามเอาผิด หลังจากจิ้งจ้งเดินทางถึงรัฐฉี เขาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากฉีหวนกง ฉีหวนกงประสงค์จะแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งขุนนางชั้นสูงของรัฐฉี แต่จิ้งจ้งได้ปฏิเสธอย่างสุภาพว่า “ข้าพเจ้าเป็นเพียงขุนนางผู้ลี้ภัยมาอาศัยต่างแคว้น การได้รับพระเมตตาจากพระองค์ที่ทรงอนุญาตให้เข้ามาพำนักอยู่ภายใต้การคุ้มครองแห่งการปกครองอันเปี่ยมด้วยคุณธรรมของพระองค์นั้น ข้าพเจ้าก็รู้สึกซาบซึ้งและพึงพอใจอย่างที่สุดแล้ว ข้าพเจ้าจะกล้ารับตำแหน่งสูงส่งเช่นนี้ได้อย่างไร และการแต่งตั้งนี้อาจทำให้เหล่าขุนนางข้าหลวงเก่ากล่าวหาว่าข้าพเจ้าไร้ความสำนึก ไร้ความรู้และไร้ความสามารถเอาได้ ดังนั้นขอพระองค์โปรดงดเว้นเสียเถิด ฉีหวนกงเห็นว่าคำพูดของจิ้งจ้งมีเหตุผล จึงแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งขุนนางระดับล่าง เป็นผู้ดูแลกิจการงานช่างฝีมือและงานช่างของรัฐแทน จิ้งจ้งก็ทำงานนี้ด้วยความเต็มใจและรับผิดขอบอย่างเต็มที่
ฉีหวนกงกับจิ้งจ้งมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี พวกเขามักดื่มสุราและสนทนากันอยู่เสมอ วันหนึ่ง จิ้งจ้งจัดงานเลี้ยงรับรองฉีหวนกง ทั้งสองดื่มและสนทนากันอย่างออกรส จนกระทั่งฟ้ามืด ฉีหวนกงยังไม่อยากเลิก จึงสั่งบ่าวรับใช้ว่า “จุดตะเกียงขึ้น ดื่มต่อเถิด” จิ้งจ้งจึงทูลตักเตือนอย่างสุภาพว่า “ก่อนที่ข้าพระองค์จะเชิญพระองค์มาดื่มสุรา ข้าพระองค์ได้ทำการเสี่ยงทายไว้เพียงว่า หากดื่มในเวลากลางวัน ทุกอย่างจะเป็นมงคล ส่วนการดื่มในยามค่ำคืนนั้น ข้าพระองค์ยังมิได้เสี่ยงทาย จึงไม่กล้ารับพระบัญชาอยู่ร่วมดื่มต่อ” ฉีหวนกงพยักหน้าแสดงความเข้าใจ กล่าวลาแล้วเดินทางกลับ
ภายหลัง เมื่อผู้คนทราบเรื่องนี้ต่างกล่าวกันว่า “สุรามีไว้เพื่อประกอบพิธีการ ดังนั้นการดื่มต้องมีขอบเขต นี่คือความชอบธรรม การรับรองเจ้านายด้วยการดื่มจนเสร็จสิ้นตามพิธี แต่ไม่ปล่อยให้เจ้านายดื่มเกินควร นี่คือความเมตตา” ด้วยเหตุนี้ ผู้คนต่างพากันยกย่องจิ้งจ้งว่าเป็นผู้มี เมตตาธรรม รู้จักคุณธรรม และเคารพในจารีตพิธี
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:夜以继日地宴乐无度,没有节制。
成語比喻:夜以繼日地宴樂無度,沒有節制。
Chénɡyǔ bǐyù:Yèyǐjìrì de yàn lè wúdù, méiyǒu jiézhì.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เย่อี่จี้รื่อ เตอะ เยี่ยน เล่อ อู๋ตู้, เหมยโหย่ว เจี๋ยจื้อ.
สุภาษิตเปรียบว่า หมกมุ่นกับความสนุกสนาน ฟุ่มเฟือย หรือดื่มกินอย่างเกินพอดี
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
他平时很老实,但是一进歌厅就卜昼卜夜地吃喝玩乐,不肯回家 。
Tā pínɡshí hěn lǎoshí, dànshì yī jìn ɡētīnɡ jiù bǔzhòubǔyè de chīhē wánlè, bù kěn huí jiā.
ทา ผิงฉือ เหิ่น เหล่าฉือ, ต้านฉื้อ อี จิ้น เกอทิง จิ้ว ปู่โจ้วปู่เย่ เตอะ ชือเฮอ หวานเล่อ, ปู้ เขิ่น หุย เจีย.
โดยปกติแล้วเขาเป็นคนซื่อตรงมาก แต่พอไปคาราโอเกะทีไร เขาก็จะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการกิน ดื่ม สนุกสนานสุดเหวี่ยง โดยไม่ยอมกลับบ้าน


