‘ประเสริฐ’ ร่วมถกยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ นัดแรก ตั้งเป้าแล้วเสร็จ ส.ค. พร้อมดันเข้าสภา ธ.ค.นี้

4.06.26 | 15:14 น.

‘ประเสริฐ’ ร่วมถกยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ นัดแรก ชูธรรมนูญการศึกษาใหม่ รับโลกยุคเปลี่ยนผ่าน ตั้งเป้าแล้วเสร็จ ส.ค. พร้อมดันเข้าสภา ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …โดย มีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสุภัทร จำปาทอง อดีตปลัดศธ. รองประธาน , นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วม ว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยภารกิจของคณะอนุกรรมการคือ การร่วมขับเคลื่อนเพื่อสร้าง ‘ธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ’ ซึ่งเป็นการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษาด้วยกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และต่อยอดสู่การพัฒนาทุนมนุษย์ในระยะยาว พร้อมทั้งชี้แจงความเป็นมา วิสัยทัศน์ และแผนการขับเคลื่อนให้คณะอนุกรรมการได้ทราบ โดยมีความคาดหวังที่จะเสนอร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาให้แล้วเสร็จภายในสมัยประชุมรัฐสภา

นายประเสริฐ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกฎหมายที่สำคัญอย่างยิ่ง ภารกิจของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้คือ การร่วมขับเคลื่อนเพื่อสร้าง ธรรมนูญด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย 5 ด้าน ของศธ. ในการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทางการศึกษาด้วยกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ มุ่งสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา ต่อยอดสู่การพัฒนามนุษย์ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ ศธ.ได้จัดเวิร์คช็อป เพื่อหาแนวทางกฎหมายใหม่ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ทุกคนรอคอยมาอย่างยาวนาน ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน พบว่า ความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับ 660/2564 ยังมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งศธ. เล็งเห็นว่าไม่ควรปล่อยให้กระบวนการปฏิรูปการศึกษาล่าช้า จึงจำเป็นที่จะต้องยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ที่สอดคล้องกับบริบทของโลกยุใหม่ รองรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งสภาพสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี รวมถึงความแตกต่างของผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดพื้นที่การศึกษาให้มีความยืดหยุ่น จึงต้องเป็นกฎหมายที่สังคมร่วมกันออกแบบ

“ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้น โดยนายวิศิษฏ์ ได้แนะนำแนวทางในการร่างกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งประเด็นสำคัญ เรื่องการสื่อสาร ที่จะต้องมีความชัดเจน ทั้งในตัวร่างกฎหมายและการนำเสนอ ดังนั้น การกำหนดหลักการของกฎหมายจึงเป็นเรื่อง โดยมีข้อเสนอร่วมกันว่าการขับเคลื่อนร่างกฎหมายในครั้งนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่จะนำข้อดี ข้อเสีย ของพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับปี 2542 และร่างพ.ร.บ. ใช้การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับเดิม (660/2564) มาเป็นฐานรากที่สำคัญ โดยเฉพาะหลักการเรื่องการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา พร้อมบูรณาการงานวิจัยด้านการศึกษาเข้าไป เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาต่อยอดและบูรณาการจัดทำเป็นร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์การพัฒนามากที่สุด” นายประเสริฐ กล่าว

Advertisement

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรอบระยะเวลาการทำงาน มีความท้าทายเป็นอย่างมาก โดยตั้งเป้าว่า จะสามารถจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉลับใหม่ ได้แล้วเสร็จ ประมาณกลางเดือนสิงหาคม ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เห็นชอบ และคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาในเดือนกันยายน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาภายในเดือนธันวาคม คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ได้ภายในปลายปี 2570