‘ประเสริฐ’ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก เร่งดัน พ.ร.บ.สภาครูฯ โละคำสั่งคสช. มั่นใจ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใช้ทันปี 70 โฉมการศึกษาไทย
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ Korat Next-Gen All For Education ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา สู่อนาคตแห่งโอกาส โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ผู้บริหารระดับสูงของศธ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม กว่า 1,500 คน

นายประเสริฐ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ตนมาตรวจราชการแล้ว มีความคุ้นเคยมากที่สุด เนื่องจาก เป็นส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ถึง 7 สมัย จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีเป็นอันดับ 10 ความท้าทายในการพัฒนาต่อจากนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างแรกคือ จำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การลงทุนด้านการศึกษาก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ตามไปด้วย จากเดิมเรามีการลงทุนด้านโครงสร้าง เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน มาเป็น การตั้งงบประมาณสนับสนุน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยีที่มีความสำคัญ อีกส่วนคือ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป มีสงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง ที่จะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ดังนั้นจึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งตนใช้คำว่า All For Education การศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตั้งใจทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษา โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบและส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน ตนอยากเห็นการประชุมครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอย้ำ นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา 5 ด้าน ดังนี้ 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือ พ.ศ… ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนในวันที่ 6 มิถุนายน จะมีความร่วมมือ ระหว่าง ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นการมอบนโยบายในทุกมิติ โดยมิติที่เกี่ยวข้องกับศธ. คือการเดินหน้า นโยบาย Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กลับเข้าเรียน และประเด็นสุดท้าย คือ โคราช Sandbox ก้าวสู่ Learning and Innovation City ซึ่ง คำว่า Sandbox คือพื้นที่นำร่องในเรื่องต่าง ๆ ระบบครัวกลาง “Cloud Kitchen” เป็นพื้นที่ที่ตนให้ความสำคัญ ทั้งในโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา และโรงเรียนทั่วไป อื่นๆ โคราชจะเป็นต้นแบบ ที่ส่งผลกระทบกับโรงเรียนทั่วประเทศและถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนจะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น
“สิ่งที่พูดหลายเรื่องไม่ใช่ความฝัน แต่ผมมาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคน ทางศธ. พร้อมเดินทางร่วมกับชาวโคราช การเดินทางครั้งนี้จะยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษา และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต ครูและผู้บริหารคือ หัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผมมาครั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ รวมถึงสร้างโอกาสให้กับทุกคน” นายประเสริฐ กล่าว

นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือน ถือว่าได้ทำงานที่มีความท้าทายต่อเนื่อง เพื่อสร้างศธ.ยุคใหม่ที่สามารถทะลวงปัญหาต่าง ๆ และหนึ่งเรื่องที่ยากมากที่สุด คือ การลดภาระครู โดยในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกการประเมิน และกิจกรรมที่เป็นภาระครูไปได้หลายโครงการ และเร็ว ๆ นี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. จะออกประกาศ ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาว ในปี 2570 อย่างเป็นทางการ
“การลดภาระครู ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ศธ. ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการศธ. ตั้งใจดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่า ผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ทุกคน จะช่วยกันดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นยุคทองของศธ. และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์ กล่าว







