‘ก.ค.ศ.’ สั่งทบทวน กรอบอัตรากำลังสกร. ย้ำสอดคล้องภาระงาน-รอบคอบ
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานก.ค.ศ.ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำกรอบอัตรากำลังของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ที่มาของการพิจารณากรอบอัตรากำลังดังกล่าว สืบเนื่องจากพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 กำหนดให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปรับเปลี่ยนเป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” (สกร.) มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมภายในกระทรวงศึกษาธิการ มีผลตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมา ซึ่งที่ผ่านมา ก.ค.ศ. ได้มีมติเห็นชอบให้สกร. นำตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค.(2) จำนวน 4,598 อัตรา ซึ่งเคยอนุมัติให้สำนักงาน กศน. (เดิม) ไปกำหนดในหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษา สังกัด สกร. ไปพลางก่อน เป็นระยะเวลา 1 ปี และจะครบกำหนดในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 โดยก.ค.ศ. ได้ให้ สกร. ติดตามผลการปฏิบัติงานและภาระงานจริงเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงกรอบอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวว่า ทั้งนี้ สกร. ได้จัดส่งคำขอกำหนดกรอบอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ ให้ก.ค.ศ. พิจารณา เบื้องต้นกว่า 10,000 อัตรา รวมกับกรอบอัตรากำลังของกศน. เดิม ถือว่าเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเห็นควรให้ สกร.จัดทำข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์ สะท้อนบทบาทที่เปลี่ยนไปของสกร. แล้วเสนอมายังสำนักงาน ก.ค.ศ. อีกครั้งหนึ่ง
“ที่ประชุมได้หารือเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง และเข้าใจข้อจำกัดของสกร.แต่มีข้อห่วงใยเรื่องตัวเลขบุคลากรและภาระงาน ดังนั้นจึงขอให้ไปทบทวนให้เกิดความรอบคอบอีกครั้ง ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแนวทางลดขนาดกำลังคนภาครัฐลง ดังนั้น การขอเพิ่มกำลังแม้จะตอบโจทย์ภาระงานที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ด้วย เพราะมีผลผูกพันกับงบประมาณของรัฐค่อนข้างมาก ประกอบกับตอนนี้รัฐบาลอาจจะมีนโยบายให้ข้าราชการเออร์ลี่รีไทร์ ดังนั้นจึงต้องรอดูทิศทางรัฐบาลเพื่อความรอบคอบต่อไป” นายธนู กล่าว

