‘ก.ค.ศ.’ เร่งยกเครื่องระบบTRS สั่งทีมวิจัยแก้โจทย์-ปมย้ายครูสะดุด ไม่ต่อเนื่อง
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีมติสั่งชะลอการใช้ระบบย้ายครู TRS (Teacher Rotation System) ยาวออกไป เพื่อทำการยกเครื่องและปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรและยืดหยุ่นมากขึ้น หลังจากได้รับการร้องเรียนอย่างหนักถึงปัญหาความไม่สะดวก โดยให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายแบบเดิม (ว18/2566) เป็นการชั่วคราวก่อน นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหา โดยเฉพาะการย้ายต่อเนื่อง กรณีที่มีอัตราว่างเกิดขึ้นภายหลังจากประกาศรับย้ายแล้ว แต่ระบบTRS ไม่สามารถเพิ่มอัตราเข้าไปได้ เพราะต้องรอประกาศตำแหน่งว่างในรอบถัดไป ส่งผลให้โรงเรียนเสียโอกาส ไม่มีครูสอนแทนอัตราว่าง ตรงนี้ถือเป็นจุดอ่อน เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ปัญหา ให้สามารถดำเนินการย้ายต่อเนื่องได้ทันที ส่วนจะดำเนินการได้แล้วเสร็จเมื่อไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะอยากให้ระบบที่ปรับปรุงมีความสมบูรณ์มากที่สุด ไม่ให้เกิดปัญหาหรือข้อขัดข้องเพิ่มขึ้นในอนาคต
“ทั้งนี้เกณฑ์ย้ายตามว18 มีข้อดีคือ สามารถขอย้ายต่อเนื่องได้ทันที แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ต้องใช้เอกสารในการยื่นขอย้ายจำนวนมาก ดังนั้นการย้ายผ่านระบบTRS จะตอบโจทย์ ในเรื่องลดภาระครู ให้ไม่ต้องทำเอกสารจำนวนมาก แต่มีข้อที่ต้องแก้ไขคือ ไม่สามารถย้ายต่อเนื่องได้ ต้องประกาศตำแหน่งว่างในรอบถัดไป เมื่อมีคนลาออกหรือเสียชีวิต อีกทั้งยังพบปัญหาข้อบกพร่องหลายส่วน อาทิ การอนุมัติจากผู้บริหารสถานศึกษา ที่มีความล่าช้า เนื่องจากเป็นการยื่นขอย้ายผ่านระบบTRS หากผู้บริหารสถานศึกษา ไม่เข้าระบบเพื่ออนุมัติคำขอย้าย รายชื่อก็จะไม่ถูกส่งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เพื่อให้เขตพื้นที่ฯ กำหนดตำแหน่ง(วิชาเอก) ทำให้เกิดข้อร้องเรียน ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ก.ค.ศ.จึงต้องมาปรับระบบใหม่ โดยอาจจะกำหนดระยะเวลา หากผู้บริหารสถานศึกษา(ผู้อำนวยการโรงเรียน) และผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ไม่เข้ามาอนุมัติหรือไม่มากำหนดวิชาเอก คำขอย้ายภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่า เห็นชอบโดยอัตโนมัติ” เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าว

