ยศชนัน ชู ม.อ. ขุมพลังวิจัยภาคใต้ เคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับสมุนไพรท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ติดตามการขับเคลื่อนพืชและสัตว์เศรษฐกิจ พร้อมตรวจเยี่ยมความสำเร็จในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มายกระดับอุตสาหกรรมประมงชายฝั่งและเกษตรกรรมภาคใต้ โดยมี ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ม.อ.อาจรย์และนักศึกษาร่วมให้การต้อนรับ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงแนวทางการจัดสรรทุนวิจัยรูปแบบใหม่ว่า กระทรวง อว. มุ่งปรับปรุงการให้ทุนวิจัยให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ แทนการแยกส่วนเดิม โดยเน้นเกณฑ์ดัชนีความสำเร็จของประเทศที่ตอบสนองต่อเกษตรกร ชาวประมง และผู้ประกอบการได้จริง เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในท้องถิ่นเติบโตเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ และสนับสนุนให้ภาครัฐนำนวัตกรรมไปใช้พัฒนาพื้นที่อย่างกว้างขวาง

“ผลักดันให้ ม.อ. และสถาบันอุดมศึกษาในภาคใต้ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง “เศรษฐกิจสุขภาพและเวลเนส” ควบคู่กับ “เศรษฐกิจฮาลาลมูลค่าสูง” และการแปรรูปอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยนำเทคโนโลยีชีวภาพและวิทยาศาสตร์การแพทย์จีโนมิกส์มาพิสูจน์คุณค่าวัตถุดิบท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเป็นสมุนไพรและยา ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนทั่วโลก ตลอดจนสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจภาคใต้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ติดตามนิคมอุตฯภาคใต้ ลุยยกระดับสมุนไพรท้องถิ่นสู่ธุรกิจสุขภาพ
ต่อมา ที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา ศ.ดร.ยศชนัน ได้ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และตรวจเยี่ยมนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ โรงงานผลิตสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรเพื่อใช้ในทางการแพทย์และอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งได้รับมาตรฐาน GMP มีนายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ผู้บริหารหน่วยงาน นักวิจัย และผู้นำชุมชน ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงาน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวง อว. มีนโยบายผลักดันภาคใต้สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ของประเทศ ครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์ อาหาร การเกษตร การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยมุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรและอัตลักษณ์ของพื้นที่

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษา นักวิจัย และบุคลากรทางการแพทย์ ในการพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกและงานวิจัยที่มีมาตรฐาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของไทย ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยภาคใต้มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาที่เข้มแข็ง ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้สนับสนุนการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้ยกระดับอุตสาหกรรมประมงชายฝั่ง การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาชุมชนฐานราก

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา ถือเป็นหนึ่งในโครงการต้นแบบที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ววน. ผ่านหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย โดยจัดตั้งโรงงานต้นแบบผลิตสารสกัดมาตรฐาน GMP ที่มีศักยภาพในการสกัดสารสำคัญจากพืชสมุนไพรสำหรับใช้ในทางการแพทย์ อาหาร และเชิงพาณิชย์ อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการไทยในระดับสากล
ขณะที่ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนนโยบายของกระทรวง อว. ผ่านการพัฒนางานวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ โดยเฉพาะสมุนไพร ยางพารา และปาล์มน้ำมัน พร้อมใช้โรงงานผลิตสารสกัดมาตรฐาน GMP เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นสู่อุตสาหกรรมการแพทย์และอาหารระดับสากล ตลอดจนส่งเสริมผู้ประกอบการ MSME ให้สามารถพัฒนามาตรฐานการผลิตและขยายตลาดส่งออกสารสกัดสมุนไพรไทยได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

