‘ประเสริฐ’ ชูกิจการลูกเสือรากฐานสำคัญ สร้างเยาวชนไทยเป็นคนดี มีคุณธรรม จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลัง การประชุมหารือและมอบนโยบายการดำเนินงานกิจการลูกเสือไทย ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความสำคัญกับกิจการลูกเสือเป็นลำดับต้นๆ ด้วยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 “องค์พระบิดาแห่งลูกเสือไทย” เนื่องจากกิจการลูกเสือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นคนดี มีคุณธรรม จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีจิตสาธารณะเพื่อส่วนรวม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการปลูกฝัง “จิตอาสา มีวินัย จงรักภักดี” ผ่านกิจกรรมลูกเสือที่มุ่งให้เยาวชนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้องขอบคุณคณะผู้บริหารสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย และบุคลากรทางการลูกเสือทุกท่าน ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนกิจการลูกเสือ ทั้งในด้านคุณธรรม ความจงรักภักดี และความพร้อมในการเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ กิจการลูกเสือคือ หัวใจของการสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง และเชื่อมั่นว่า กิจการลูกเสือไทยจะยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.) กล่าวว่า ได้นำเสนอให้ที่ประชุมทราบถึงโครงสร้างสภาลูกเสือไทย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.วางนโยบายเพื่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของคณะลูกเสือแห่งชาติ 2.ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ และ 3.พิจารณารายงานประจำปีของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ รวมทั้งโครงสร้างคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ
นอกจากนี้ พล.อ.อ.ธงชัย แฉล้มเขตร ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย ได้ยื่นข้อเสนอต่อที่ประชุมใน 4 ประเด็น เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมลูกเสือ ดังนี้ 1.ขอให้พิจารณาตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย 2.ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับอนุกรรมการของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย 3.พิจารณาออกประกาศ ศธ. หรือออกกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาลูกเสือไทย และ 4.เสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ลูกเสือ พ.ศ.2551 ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว นายประเสริฐ ได้มอบให้ สลช.ไปพิจารณาในรายละเอียดดูว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้างแล้วจึงรายงานให้ทราบต่อไป
”เรื่องที่ผมมองว่าสามารถดำเนินการได้ทันที น่าจะเป็นเรื่องการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ลูกเสือ พ.ศ.2551 เพราะ รมว.ศธ. ได้มอบนโยบายไว้ชัดเจนว่าหากกฏหมายลูกเสือเรื่องใดมีความล้าหลังใช้มานาน ทำให้การดำเนินงานติดๆ ขัดๆ และล้าสมัยก็ควรจะปรับแก้ให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน เพื่อขับเคลื่อนกิจการลูกเสือให้เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ดร.วรัท กล่าว


