มหา’ลัยต้องเปลี่ยน! ‘ยศชนัน’ ชี้ยุค AI ความรู้หาได้ทุกที่ เน้นสร้างทักษะเรียนรู้ตลอดชีวิต
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมงาน การประชุมสัมมนาอาจารย์ประจำปี 2569 จุดเปลี่ยนอุดมศึกษาไทยในเวทีโลก จากระบบการศึกษา สู่ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ พร้อมกล่าว ปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การปฏิรูปการเรียนการสอนและการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของสถาบันอุดมศึกษา”
โดยมี นายดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายคงศักดิ์ เที่ยงธรรมรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมด้วย นายวิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ นายกสมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (ควอท) , นายสัมพันธ์ ศิลปนาฏ Co-Chairman World CWIE และนายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย TACE และนายชาลี เจริญลาภนพรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และผู้จัดการระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาหรือทีแคส ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เข้าร่วม

นายยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายยกระดับมหาวิทยาลัยไทยให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และแหล่งกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อม และการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ต้องผลักดันให้เกิดผลภายใน 4 ปี โดยจะขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ประเทศอย่างเป็นระบบ และเดินหน้าผลักดัน World-Class University Framework เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การจัดการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม อันเป็นกลไกหลักในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ในอดีตความรู้เป็นสิ่งที่หายาก ทำให้ทุกคนต้องมาที่มหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (Ai) มีความรู้หลากหลาย จึงทำให้มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนบทบาทไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องการสร้างคนที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต หลักสูตรต้องเปลี่ยนให้เร็วตามเทคโนโลยี เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ต้องผลิตบัณฑิตให้ทันต่อโลกยุคปัจจุบัน ทั้งเรื่องสงครามเทคโนโลยี ภาวะโลกร้อน การเข้ามาของAi และสังคมผู้สูงอายุ
“ทางกระทรวง อว. มีเป้าหมายคือ การวางรากฐานสู่การเป็นประเทศรายได้สูง สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการยกระดับฐานธุรกิจหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ให้สร้างมูลค่าและผลผลิตได้มากขึ้น สำหรับงานของอาจารย์ตอนนี้ ไม่ใช่แค่การสอน แต่ต้องไปเพิ่มอาชีพในตลาดแรงงาน เพื่อให้ตลาดแรงงานมีความต้องการบัณฑิตจบใหม่เพิ่มขึ้น โดยต้องนำวิทยาการของมหาวิทยาลัยไปหารือกับตลาดแรงงาน” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า การสร้าง New Growth Engine ของประเทศเป็นภารกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยต้องเข้ามามีบทบาท โดยต้องปรับการผลิตบัณฑิตให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับคนทุกช่วงวัย โดยมหาวิทยาลัยควรเร่งพัฒนาทักษะด้านผู้ประกอบการให้แก่ผู้เรียน เนื่องจากคนไทยจำนวนมากมีแนวโน้มก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจหลังจบการศึกษา เพื่อสร้างกำลังคนที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายดำรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ (Ai) จำนวนประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง ทำให้คนที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยลดลงตาม และสภาพสิ่งแวดล้อมของโลกแปรปรวน ฉะนั้น มหาวิทยาลัยไม่ได้มีหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสอนให้บัณฑิตเรียนจบไปแล้ว สามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างทันสมัย
นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งสู่ความเป็นเลิศ สร้างคุณค่าให้แก่สังคม ผ่านกระบวนการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน วันนี้บทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ใช่แค่สถาบันผลิตบัณฑิตอย่างเดียว แต่เราจะสร้างอนาคตที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัวได้เร็ว มีสมรรถนะสูง สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เป็นจุดแข็งขององค์กร และเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน และในนามของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอชื่นและแสดงความยินดีกับอาจารย์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลจากหน่วยงานภายนอกในปี 2568-2569

นายคงศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีเป้าหมายมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะแห่งอนาคต รวมถึงการยกระดับคุณภาพบัณฑิตให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคเศรษฐกิจและสังคม การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนในการปฎิรูปการเรียนการสอน และแนวโน้มอุดมศึกษาในอนาคต 2.เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากคณจารย์ในการพัฒนางานด้านวิชาการ และการจัดการเรียนการสอน 3.เพื่อสร้างความร่วมมือและการเป็นเครือข่ายทางวิชาการ ระหว่างวิทยาเขต และ 4.เพื่อเชิดชูเกียรติอาจารย์ที่ได้รับรางวัล จากหน่วยงานภายนอก




