ยศชนัน บินเนเธอร์แลนด์ ถอดโมเดล Brainport ดึงไทยร่วมซัพพลาย เซมิคอนดักเตอร์โลก

15.06.26 | 18:27 น.

อว.เดินหน้าเต็มสูบ ‘ยศชนัน’ นำทีมเยือนเนเธอร์แลนด์ ถอดโมเดล Brainport เจรจา ASML–TU/e ปักหมุดดึงไทยร่วมซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์โลก

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้แทนระดับสูงของไทยเดินทางปฏิบัติภารกิจ ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อันเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ของประเทศ ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวนับเป็นการเยือนครั้งสำคัญในรอบกว่า 10 ปี

นายยศชนัน อธิบายถึงยุทธศาสตร์การเยือนครั้งนี้ว่า ตนเดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม คำถามคือทำไมต้องเนเธอร์แลนด์ คำตอบคือเซมิคอนดักเตอร์ เพราะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทยทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น Wellness เกษตรขั้นสูง ยานยนต์ หรืออิเล็กทรอนิกส์ ล้วนตั้งอยู่บนชิปทั้งสิ้น และเนเธอร์แลนด์คือหนึ่งในผู้นำโลกตัวจริงของอุตสาหกรรมนี้ เนเธอร์แลนด์เป็นที่ตั้งของ ASML บริษัทสัญชาติดัตช์ที่เป็นหัวใจของห่วงโซ่การผลิตชิปทั้งโลก โดยเป็นผู้ผลิตเครื่อง EUV (Extreme Ultraviolet) lithography เพียงรายเดียวในโลก ครองส่วนแบ่งตลาดภาพรวมถึงราว 90% การหารือกับ ASML ในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การดึงประเทศไทยเข้าไปเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายพันธมิตรเฉพาะทางอยู่ราว 5,000 ราย

Advertisement

นายยศชนัน กล่าวว่า อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญคือการเข้าพบอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (TU/e) พร้อมด้วยผู้แทนจาก ASML และ Brainport Eindhoven โดย TU/e ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมสูงที่สุดของยุโรป ซึ่งการมาเยือน TU/e ในวันนี้ เราได้มาพบกับระบบนิเวศนวัตกรรมด้านไฮเทคที่เรียกว่า Brainport ซึ่งเติบโตมาจากบริษัท Philips โดยมีมหาวิทยาลัยอยู่ใจกลาง นี่คือโมเดลระบบนิเวศแบบที่เราอยากให้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย จุดเด่นของ TU/e คือแนวทาง Challenge-Based Learning ที่ให้นักศึกษาทำงานบนโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีนักศึกษาไทย 6 คนเข้าร่วมโครงการ Eindhoven Semicon Summer School แล้ว ซึ่ง อว.ได้เจรจาเพื่อขยายหลักสูตรนี้ ให้บุคลากรไทยเข้าร่วมได้มากขึ้นเพื่อเร่งสร้างทุนมนุษย์ (Human Capital)

ในการหารือนายยศชนันได้ชูจุดแข็งของไทย ได้แก่ การเป็นฐานการผลิตยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งเป็นผู้ใช้ชิปรายใหญ่, ทำเลที่ตั้งศูนย์กลางอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน, ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเป็นผู้นำด้าน Med-tech และเทคโนโลยีการเกษตร พร้อมเสนอโมเดลความร่วมมือ 4 ด้าน ประกอบด้วย การถ่ายทอดและปรับใช้เทคโนโลยี (Technology localization) สำหรับไทยและอาเซียน
การวิจัยร่วม พร้อมสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI
การร่วมทุน (Joint Venture) ผ่านการจับคู่ธุรกิจและการพัฒนากำลังคนร่วมกัน การเตรียมกำลังคนให้พร้อมรองรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกอย่างห้อง Cleanroom สำหรับงานวิจัยด้าน Nano Lab ซึ่งเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านนาโนเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยร่วมกับภาครัฐ โดยมีเครื่องจักรของ ASML ติดตั้งอยู่ และกำลังสร้างเพิ่มเติมเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยเฉพาะ จากการหารือร่วมกับผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) ของไทย ได้รับการยืนยันว่า ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานนี้ โดยส่งชิ้นส่วนมาดำเนินการผลิต (Fabrication) ที่นี่ได้ รวมถึงคณะยังได้เยี่ยมชมพื้นที่ของกลุ่ม Quantum Delta ที่พัฒนางานด้านควอนตัมคอมพิวติงอีกด้วย

“เซมิคอนดักเตอร์คือรากฐานที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย เราจึงต้องลงมือสร้างทั้งโครงสร้างพื้นฐานและกำลังคนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ไทยเปลี่ยนสถานะจากผู้ซื้อเทคโนโลยีไปสู่การเป็นผู้ร่วมพัฒนาในเวทีโลก การมาเยือนครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำและขยายผลในระดับรัฐบาล โดยในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เราจะมาติดตามความคืบหน้ากันอีกครั้งว่าเกิดการทำงานเป็นรูปธรรมร่วมกันในมิติใดบ้าง” นายยศชนัน กล่าว