‘ศธ.’ เร่งสรุปแพ็กเกจพ.ร.ก.4แสนล.ถก23มิ.ย. ก่อนเคาะวงเงินกู้พัฒนาทุนมนุษย์

17.06.26 | 12:14 น.

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้มอบหมายให้ผู้บริหารองค์กรหลักของศธ.นำเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องรองรับการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนที่สอง จำนวน 200,000 ล้านบาท สำหรับพัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาสร้างทักษะและสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ให้แก่ประชาชนและผู้เรียนทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี นั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้เชิญผู้บริหารองค์กรหลักมาหารือเรื่องดังกล่าว และขอให้เร่งสรุปข้อมูลโครงการ และงบประมาณที่จะใช้ รวมเป็นแพคเกจเดียวกันทั้งหมด เพื่อนำเข้าหารือร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 23 มิถุนายน ก่อนเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปลายเดือนมิถุนายน ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้

“สำหรับภาพรวมโครงการที่ศธ.เสนอส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการอัพสกิล  รีสกิล เพิ่มทักษะช่างฝีมือ สร้างช่างฝีมือระดับสูงการติดตั้งดูแลโซล่าเซลล์ รวมถึงการหาพลังงานทดแทน ฯลฯ ส่วนงบประมาณที่จะเสนอนั้น ยังไม่อยากให้ระบุตัวเลข แต่คิดว่าโครงการทั้งหมดที่ศธ. จะเสนอ เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ในส่วนที่เกี่ยวข้องพัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาสร้างทักษะและสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ให้แก่ประชาชนและผู้เรียนทั่วประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานต้องมาบูรณาการการทำงานร่วมกัน ดังนั้น จึงต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก กว่า 1 พันล้านบาท ส่วนงบประมาณจริงที่จะเสนอขอเป็นเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ ”นายประเสริฐ กล่าว

สำหรับงบประมาณกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ วงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก ใช้สำหรับบรรเทาความเดือดร้อน เยียวยาประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ใช้สำหรับการวางรากฐานและปรับโครงสร้างพลังงาน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่ง ศธ.จะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทุนมนุษย์และเทคโนโลยี โดยโจทย์สำคัญคือ การเพิ่มและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล AI รวมถึงการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ มาเป็นพลังงานสะอาดที่ผลิตจากแหล่งธรรมชาติ ไม่สร้างมลพิษและไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ หรือแม้กระทั่งการสร้างโซลาร์รูฟท็อป ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดภาระค่าไฟให้กับประชาชน ทั้งหมดนี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และเป็นไปตามเป้าหมายที่ พ.ร.ก.กำหนด