กยศ. ย้ำภารกิจสร้างโอกาสทางการศึกษาต่อเนื่อง เตรียมกรอบวงเงินให้กู้ยืมกว่า 48,000 ล้านบาท

18.06.26 | 18:20 น.

กยศ. ย้ำภารกิจสร้างโอกาสทางการศึกษาต่อเนื่อง เตรียมกรอบวงเงินให้กู้ยืมกว่า 48,000 ล้านบาท 780,000 ราย ในปีการศึกษา 2569

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กยศ. มีสถานะขาดสภาพคล่อง จึงมีความจำเป็นต้องของบประมาณจากภาครัฐ และมีนักศึกษาที่รอการโอนเงินกู้ยืมจำนวนมาก นอกจากนี้ กยศ. ยังมียอดหนี้ค้างชำระสูง ซึ่ง กยศ. ขอยืนยันว่า กยศ. ยังคงดำเนินภารกิจสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินให้กลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้

นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ให้การสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง กยศ. มีภารกิจหลักในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี นอกจากนี้ กยศ. ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยปัจจุบัน กยศ. มีผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับโอกาสทางการศึกษามากกว่า 7.4 ล้านราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 8.5 แสนล้านบาท โดยในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา มีนักเรียน นักศึกษา ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมและเข้าระบบทั้งหมดแล้วจำนวนกว่า 780,000 ราย เป็นเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 47,800 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา ปีการศึกษา 2568 ปัจจุบันคงเหลือเพียงการโอนเงินค่าครองชีพงวดสุดท้าย ซึ่งจะทยอยโอนให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้”

นางอัญชลี กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษา 2569 กยศ. มีกรอบวงเงินให้กู้ยืมประมาณกว่า 48,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาประมาณ 780,000 ราย โดยได้เปิดให้ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมเงินตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้กู้ยืมเงินรายเก่าได้ยื่นแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมผ่านระบบมาแล้ว จำนวน 304,288 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 16,912 ล้านบาท และ กยศ. ได้เริ่มทยอยโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมเงินแล้ว สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ กยศ. อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติให้กู้ยืม ซึ่งการดำเนินการยังคงเป็นไปตามกรอบระยะเวลาโดยไม่ได้มีความล่าช้าหรือหยุดชะงักแต่อย่างใด สำหรับในประเด็นปัญหายอดหนี้ค้างชำระสูงนั้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับ กยศ. โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงิน ดังนั้น กยศ. จึงได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระหนี้ได้ตามศักยภาพ เช่น มาตรการการปรับโครงสร้างหนี้ อันเป็นการขยายระยะเวลาชำระหนี้และลดภาระการผ่อนชำระหนี้ เพื่อจูงใจให้ผู้กู้ยืมเงินกลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการคิดเบี้ยปรับที่ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 0.5 ต่อปี นั้น เป็นความตั้งใจของรัฐบาลและ กยศ. ที่ต้องการ “ลดภาระและให้โอกาส” แก่ผู้กู้ยืมเงินในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ไม่ได้มีเจตนาให้ผู้กู้ยืมเงินละเลยการชำระหนี้ แต่เป็นการช่วยลดภาระหนี้และช่วยให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระหนี้ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ กยศ. ยังคงมุ่งเน้นการสร้างวินัยทางการเงินควบคู่กับการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้กู้ยืมเงิน รวมถึง กยศ. ยังส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาได้ศึกษาในสาขาวิชาที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเพิ่มโอกาสในการมีงานทำหลังสำเร็จการศึกษาและสามารถกลับมาชำระหนี้คืน กยศ. ได้

นอกจากนี้ กยศ. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินภารกิจเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม และ กยศ. ขอขอบคุณผู้กู้ยืมเงินรุ่นพี่ที่ชำระหนี้มาโดยตลอด เพราะทุกบาทที่ได้รับชำระคืนคือโอกาสทางการศึกษาที่จะส่งต่อไปยังนักเรียน นักศึกษารุ่นต่อไป และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนในระยะยาว

Advertisement