เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ตนได้บริหารงาน สกสค. ด้วยการนำประสบการณ์ด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ มาขับเคลื่อนแนวคิด “Change Model” จนเกิดเป็นรูปธรรม ล่าสุดเดินหน้า”32 สวัสดิการ สกสค. ปี 2569″ ที่เน้นดูแลคุณภาพชีวิตครูแบบครบวงจร ทั่วถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยชู 6 เสาหลักสำคัญ ที่ทำได้จริงและเห็นผลเด่นชัดตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ดังนี้ 1. สุขภาพดี รากฐานการศึกษา (Mobile Hospital & โรงพยาบาลครู) เพราะสุขภาพครูคือสิ่งสำคัญ สกสค. จึงรุกหนักส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ Mobile Hospital ลุยตรวจสุขภาพเชิงรุกและผ่าตัดต้อกระจกให้ครูในพื้นที่ห่างไกล พร้อมผลักดันแนวคิด “โรงพยาบาลครู” เพื่อให้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งใจถึงเยียวยาจริง ควักงบดูแลครูผู้ป่วยติดเตียงและครูพิการทั่วประเทศไปแล้วกว่า 1,500 ราย

ดร.พีระพันธ์ กล่าวต่อว่า 2. ลดราคาเครือข่ายร้านค้า 1,538 แห่ง แก้ปัญหาในยุคของแพงจับมือภาคเอกชนรายใหญ่ ทั้งร้านแว่นท็อปเจริญ, กาแฟพันธุ์ไทย และโครงการยานยนต์พลังงานทางเลือก ขยายเครือข่ายร้านค้าสวัสดิการรวมกว่า 1,538 แห่งทั่วประเทศ มอบส่วนลดพิเศษทั้งอาหาร ที่พัก สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการจำเป็นเพื่อลดรายจ่าย-เพิ่มเงินในกระเป๋าให้ครอบครัวครู 3. มั่นคงทางการเงิน ปลดหนี้-สร้างหลักประกัน แก้โจทย์ใหญ่เรื่องปากท้อง พัฒนาสวัสดิการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และระบบประกันภัยคุ้มครองสินเชื่อ พร้อมอัปเกรดระบบ ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ให้เป็นหลักประกันชีวิตที่มั่นคงและพึ่งพาได้จริงของครอบครัวครูไทยในระยะยาว 4. ลงทุนในคน แจกทุนการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาอัปสกิลตัวเอง พร้อมเปย์ทุนให้บุตรหลานครูตั้งแต่ระดับอาชีวะจนถึงอุดมศึกษา ในโครงการ “เรียนฟรีมีงานทำระหว่างเรียน” เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน 5. สังคมเรียนรู้ยุคดิจิทัล KM Cloud ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม KM Cloud สื่อการสอนออนไลน์ และคอร์สอบรมกฎหมาย รวมถึงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เพื่อให้แม่พิมพ์ของชาติก้าวทันเทคโนโลยีและรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที และ6. สายใยไม่ทิ้งกัน อุ้มชูครูเกษียณ ตั้งชมรมครูไทยวัยเกษียณ และชมรม “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” ลงพื้นที่ซับน้ำตาผู้ประสบภัยและครูที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ พร้อมมอบรางวัลพระพฤหัสบดีเพื่อเชิดชูเกียรติคนดี

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา สกสค. ได้จัดประชุมหารือการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 10 จังหวัด เป็นการให้ความช่วยเหลือทั้งผู้กู้ และผู้ค้ำ เป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง สกสค. กับธนาคารออมสิน และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขอให้ธนาคารออมสินพิจาราณา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยครูที่มีปัญหา ฟ้องร้อง ให้มีการไกล่เกลี่ย ลดภาระผู้กู้และผู้ค้ำ ธนาคารออมสินที่จะให้การสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ เบื้องต้นในวงเงิน 5,000ล้านบาท เพื่อไปให้ความช่วยเหลือแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ให้ได้รับเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำอีกด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2567ได้เริ่มผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งที่เป็นผู้กู้และผู้ค้ำประกันที่ประสบความเดือดร้อนมาโดยตลอด โดยได้ประสานงานร่วมมือกับสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะธนาคารออมสินได้มีการประชุมหารือร่วมกันต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งได้ปรากฏผลการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและลดภาระหนี้ระหว่างปี 2567- 2568 ไปแล้วหลายประการ ได้แก่ ลดดอกเบี้ยให้กับครูกว่า 230,000 ราย เป็นเงิน 1,600 ล้านบาท ช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาด้วยการไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์ ไม่ขายทอดตลาดและไม่ฟ้องล้มละลายโดยให้มีการปรับโครงสร้างหนี้กับครูจำนวน 8,868 ราย เป็นเงิน 14,917 ล้านบาท ให้การศึกษาอบรมส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมากกว่า 22,000 ราย


