เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 3/2560 เห็นชอบให้นำเสนอแหล่งมรดกวัฒนธรรม “เมืองโบราณศรีเทพ” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลก (Tentative List) เนื่องจากเมืองโบราณศรีเทพมีคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากลด้านวัฒนธรรมของแหล่งมรดกโลกตรงกับหลักเกณฑ์ที่ 2 การแสดงออกถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือในพื้นที่วัฒนธรรมใดๆ ของโลก ในการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรม หรือทางเทคโนโลยี ศิลปะสถาปัตยกรรม การออกแบบผังเมืองหรือการออกแบบภูมิทัศน์ โดย วธ.จะนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ ที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ วันที่ 15 มิถุนายนนี้ ทั้งนี้ หากได้รับความเห็นชอบจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเสนอไปยังองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ภายในกลางเดือนเมษายน 2561 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมอบหมายกรมศิลปากร (ศก.) เร่งรวบรวมข้อมูล และเอกสารเพื่อเตรียมพร้อมเสนอยูเนสโก

“อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นโบราณสถานที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุด มีอายุในพุทธศตวรรษที่ 12-18 มีพื้นที่รวมกว่า 2,800 ไร่ มีโบราณสถานสำคัญ ทั้งศาสนาพุทธ และพราหมณ์-ฮินดู แสดงให้เห็นพัฒนาการทางสังคม และการปกครองในพื้นที่ดังกล่าวจากหลายชนชาติ เช่น ไทย เขมร และมีโบราณสถานสำคัญ อาทิ ปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง ที่มีซุ้มประตู หรือทับหลังเก่าแก่สมัยอาณาจักรทวารวดี เขาคลังในสระปรางค์ และหลุมขุดค้นทางโบราณคดีโครงกระดูกมนุษย์โบราณกับสุนัขอายุ 1,400 ปี ที่แสดงถึงพิธีฝังศพในยุคโบราณ นอกจากนี้ ยังพบจารึกอักษรปัลลาวะ ภาษาสันสกฤต ที่มีอายุในพุทธศตวรรษที่ 12 เนื้อหาบอกถึงกษัตริย์ผู้ปกครองเมือง โดยเมืองโบราณศรีเทพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของไทยเมื่อปี 2506” นายวีระกล่าว
นายวีระกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้รับรายงานจาก ศก.ว่าจะมีการบรรจุวาระการเสนอพระธาตุพนม กลุ่มสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 2-12 กรกฎาคมนี้ ที่เมืองคราคูฟ สาธารณรัฐโปแลนด์ เพื่อให้การรับรองอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ศก.ยังได้รับรายงานต่อที่ประชุมด้วยว่า ยูเนสโกมีหนังสือแสดงความชื่นชมไทยที่จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติว่าด้วยการจัดการมรดกโลกทางศาสนาในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เมื่อวันที่ 17-19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ และ จ.นครพนม ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ของ 12 ประเทศ ที่เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันปกป้องอนุรักษ์มรดกโลกทางศาสนา และขอความร่วมมือยูเนสโกในเรื่องนี้ ซึ่งยูเนสโกจะรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 41 ด้วย

