‘ก.ค.ศ.’ แจงเกณฑ์ใหม่ย้ายครู-ผู้บริหาร ไฟเขียวขยับปฏิทินย้าย ‘บิ๊กสกร.-สพฐ.’
นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูตาม ว18/2566 หลังจาก ก.ค.ศ. เคยมีมติให้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวกลับมาใช้ชั่วคราวระหว่างการพัฒนาระบบ TRS นั้น การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางบริหารอัตรากำลังผ่านระบบ SCS (ว12/2567) โดยให้พิจารณาผู้ขอย้ายจากกลุ่มวิชา หรือสาขาวิชาเอกที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะ ซึ่งตรงตามความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาเป็นลำดับแรก และพิจารณาผู้ที่มีประสบการณ์และปฏิบัติหน้าที่สอนในวิชาที่ว่างเป็นลำดับถัดไป
“การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ช่วยให้การพิจารณาย้ายตำแหน่งครูมีความชัดเจน สอดคล้องกับระบบบริหารอัตรากำลังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และสามารถใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศต่อไป ถือเป็นการปล็ดล็อกขั้นตอน ทำให้โรงเรียนได้ครูเร็วขึ้น ระหว่างนี้ ก.ค.ศ.ก็ยังเดินหน้าวิเคาะห์ข้อดี ข้อเสีย เพื่อพัฒนาระบบTRS ให้มีความสมบูรณ์ก่อนนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง” นายธนู กล่าว
นายธนู กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังเห็นชอบ การกำหนดรายละเอียดตัวชี้วัดและคะแนนในการประเมินตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (การย้ายกรณีปกติ) ประจำปี พ.ศ. 2569 ของสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” โดยแก้ไขรายละเอียดและตัวชี้วัดการประเมินฯ ปรับปรุงองค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการศึกษา ตัดการพิจารณาจำนวนครั้งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ อนุกรรมการ คณะทำงาน และการเป็นวิทยากร เพื่อให้มีกรอบการประเมินที่ชัดเจนมากขึ้น ปรับองค์ประกอบด้านผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติงาน จากเดิมที่พิจารณาผลงานหรือรางวัล เป็นการพิจารณานวัตกรรม ที่เกิดจากการปฏิบัติงานในสถานศึกษาย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี รวมทั้งปรับระดับคะแนนด้านวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการศึกษา และผลการประเมินตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ให้สะท้อนผลการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้การประเมินศักยภาพผู้ประสงค์ขอย้ายตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนผลการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
“ที่ประชุมยังเห็นชอบตามที่ สกร. เสนอปรับปฏิทินการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครู สกร. จากมีการขยายระยะเวลาการใช้กรอบอัตรา จำนวน 4,598 อัตรา ซึ่ง ก.ค.ศ. ได้อนุมัติให้ใช้ไปพลางก่อน ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการยื่นคำร้องขอย้ายตามกำหนดเดิมในเดือนกรกฎาคม 2569 ได้ โดยให้ครูและผู้บริหารสังกัด สกร. ยื่นขอย้ายได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการยื่นคำร้องขอย้าย ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสพฐ. และสอศ.จากเดิมวันที่ 1-15 กรกฎาคม เป็นวันที่ 16 – 30 กรกฎาคม ไม่เว้นวันหยุดราชการ” เลขาธิการก.ค.ศ.

