‘ศธ.’ เดินหน้าปฏิรูปครั้งใหญ่ เร่งดันพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ชู 10 หลักการ ยกระดับคุณภาพ

1.07.26 | 11:07 น.

‘ศธ.’ เดินหน้าปฏิรูปครั้งใหญ่ เร่งดันพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ชู 10 หลักการ ยกระดับคุณภาพ

นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา ในฐานะคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ถูกขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น ทั้งจากเหตุผลทางการเมือง ความจำเป็นเร่งด่วน และวิกฤตทางการศึกษา รวมถึงปัญหาความล้าหลังของการศึกษาไทย ที่ทำให้ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ประสบความสำเร็จ เพราะตระหนักดีว่าประเทศไทยไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไป

“ปัญหาการศึกษาไทย ถูกแช่แข็งมานานเกือบ 30 ปี ที่ผ่านมามีความพยายามในการเสนอร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ เข้าสู่การพิจารณา แต่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรค จนไม่สามารถขับเคลื่อนได้สำเร็จ ปัจจุบันเจตนารมณ์และหลักการสำคัญ 10 ข้อ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ เรียบร้อยแล้ว โดยเจตนารมณ์สำคัญของร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ เป็นการยกร่างเพื่อเด็กและเยาวชน มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเด็ก สิ่งที่เด็กจะได้รับ และผลกระทบต่อเด็ก ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนจากอดีตที่แทบมองไม่เห็นผลลัพธ์ในส่วนนี้ ส่วน 10 หลักการที่สำคัญที่กำหนดไว้ใน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ดังนี้ คุณภาพระดับสากล , ส่งเสริมเรียนรู้ตลอดชีวิต , เท่าทันโลกอนาคต , ธรรมภิบาลและความรับผิดชอบ , ลดความเหลื่อมล้ำ , การศึกษาไร้รอยต่อ , กระจายอำนาจ , หุ้นส่วนทางการศึกษา , เพิ่มคุณภาพการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา , และครูนักจัดการเรียนรู้” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหลักการสำคัญ 10 ข้อนั้น หัวใจหลักคือ การกระจายอำนาจ โดยกำหนดให้ส่วนกลางทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล ในการกำหนดนโยบาย ทิศทาง มาตรฐาน และการกำกับติดตาม จากนั้นกระจายอำนาจลงไปสู่สถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา โดยมีจังหวัดเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงและจัดการตนเอง ผ่านกลไกสมัชชาการศึกษาหรือสภาการศึกษาประจำจังหวัด เพื่อทำหน้าที่เป็นคลังสมอง

“นอกจากนี้ กฎหมายยังมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพและความยืดหยุ่นในการจัดการศึกษา มีระบบหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มีแกนกลางชัดเจน แต่ยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับความหลากหลายของการจัดการเรียนการสอน รวมถึงระบบการวัดผลและการเทียบโอนประสบการณ์ ส่วนอีกหนึ่งประเด็นหลักที่กฎหมายฉบับนี้ให้ความสำคัญ คือ เรื่องของครู โดยจะมีการปฏิรูประบบการผลิตครูใหม่ ไม่ให้จำกัดบทบาทอยู่แค่การสอนแค่ในห้องเรียนเหมือนในอดีต แต่ต้องเป็นนักจัดการเรียนรู้ที่สามารถพาเด็กออกไปสู่ชุมชน เชื่อมโยงประสบการณ์ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ควบคู่ไปกับการปรับระบบการผลิตและการบรรจุครูให้ตรงกับความต้องการและบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประชาพิจารณ์รอบแรก เพื่อรับฟังความคิดเห็น ขัดเกลา และปรับปรุงแก้ไขครั้งใหญ่ของประเทศ จึงขอเชิญชวนให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นิสิตและนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯได้ชี้แจงทำความเข้าใจ และนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงกฎหมายให้สมบูรณ์ที่สุด โดยส่วนตัวตั้งเป้าหมายว่าจะต้องผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นภายในรัฐบาลชุดนี้

Advertisement