นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวมอบนโยบายและแนวคิดในการพัฒนากิจการลูกเสือยุคใหม่ ในระหว่างการลงพื้นที่พบปะและรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชนลูกเสือไทย ว่า การขับเคลื่อนกิจการลูกเสือให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน ทักษะชีวิตถือว่ามีความสำคัญที่ไม่สามารถหาอ่านได้จากในตำราเรียนคือ วิชาลูกเสือการได้เข้ามาเป็นลูกเสือคือโอกาสในการสร้างมิตรภาพ พบเจอเพื่อนใหม่ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหลากหลายมิติ ดังนั้น การเรียนและกิจกรรมลูกเสือในวันนี้ต้องก้าวข้ามการท่องจำ การเข้าค่ายพักแรมต้องมุ่งเน้นให้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อปลูกฝังความเป็นผู้นำและมีใจรักบริการ ชื่นชมบทบาทของน้องๆ ลูกเสือที่ปรากฏผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเทศกาลต่างๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า หัวใจของลูกเสือคือการทำความดีด้วยหัวใจ การเสียสละบำเพ็ญประโยชน์เป็นสิ่งที่สวยงาม และผลตอบแทนที่ได้รับคือความภาคภูมิใจและคุณค่าทางจิตใจที่เงินไม่สามารถซื้อได้

“เยาวชนที่มารวมตัวกันในสภาเยาวชนลูกเสือไทยวันนี้ ล้วนเป็นผู้ที่มีทัศนคติและมีหัวใจของจิตอาสาที่ตรงกัน แม้จะมาจากต่างพื้นที่ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา แต่กิจกรรมลูกเสือได้กลายเป็นสื่อกลางที่ทำให้ทุกคนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นเพื่อนกันได้โดยไม่จำเป็นต้องมาจากโรงเรียนเดียวกัน ความสำเร็จของกิจการลูกเสือจึงไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ แต่อยู่ที่ตัวของน้องๆ ลูกเสือทุกคน กิจการลูกเสือไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 แม้ในอดีตลูกเสือจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยปกป้องประเทศในยามวิกฤต แต่เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป บทบาทที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือ การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น กิจกรรมในวันนี้จะเป็นเบ้าหลอมสำคัญที่ทำให้น้องๆ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ” รมชศึกษาธิการ กล่าวและว่า ขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารกิจการลูกเสือและตัวแทนเยาวชนจากทุกจังหวัด ขอให้มีความสุข และสนุกกับกิจกรรมลูกเสือ ฝากให้ทุกคนช่วยกันสื่อสารเรื่องราวดีๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ว่า ลูกเสือมีกิจกรรมที่ดีและบำเพ็ญประโยชน์ มากกว่าแค่การสวมชุดเครื่องแบบ และเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต




