หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา วิศวะลาดกระบั...

วิศวะลาดกระบัง​ ผนึก​ อว.​เปิด K-Engineering World 2026 ส่งมอบรถไฟไทยทำ ให้ รฟท.

4.07.26 | 08:50 น.

วิศวะลาดกระบัง​ ผนึก​ อว.​เปิด K-Engineering World 2026 ส่งมอบรถไฟไทยทำ ให้ รฟท.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมจารึกประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไทย ส่งมอบตู้โดยสารรถไฟต้นแบบ “รถไฟไทยทำ” ฝีมือคนไทยอย่างเป็นทางการให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พร้อมเปิดฉากมหกรรมนวัตกรรมและการทดสอบสมรรถนะระดับประเทศ​ “K-Engineering World 2026” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 3 – 5 กรกฎาคม 2569 ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เพื่อโชว์ศักยภาพงานวิจัยไทยที่พร้อมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างยั่งยืน

พิธีส่งมอบขบวนรถไฟโดยสารต้นแบบและเปิดงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี โดยมี นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบขบวนรถต้นแบบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารภาครัฐและสถาบันการศึกษา นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน สจล. และรองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยได้ร่วมเดินทางบนรถไฟเที่ยวพิเศษปฐมฤกษ์ นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนจากสถานีต้นทางหัวลำโพงสู่สถานีรถไฟพระจอมเกล้าเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ

สำหรับ “รถไฟไทยทำ” ที่ส่งมอบในครั้งนี้ คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใต้นโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” เป็นตู้โดยสารระดับ Luxury Class ขนาด 25 ที่นั่ง ที่ผ่านการวิ่งทดสอบบนรางจริงมาแล้วกว่า 10,000 กิโลเมตร โครงสร้างตัวรถผลิตจากเหล็กรูปพรรณแบบโมดูลาร์ที่ช่วยลดน้ำหนักลงถึงร้อยละ 22 รองรับความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทดแทนเทคโนโลยีนำเข้าด้วยการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ สูงถึงร้อยละ 44.1 และช่วยลดต้นทุนต่อตู้ลงได้ราวร้อยละ 30 ซึ่งการรถไฟฯ มีแผนเตรียมนำไปต่อยอดใช้จริงในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200–500 กิโลเมตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม งานวิจัยของมหาวิทยาลัยต้องตอบโจทย์ประเทศและสามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. มีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็น AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

ทางด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน สจล. กล่าว่า สจล. มุ่งพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมระดับโลก โดยมีคณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นกำลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสังคม เราเชื่อว่าการพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการพัฒนาคน งาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสงานวิจัยและนวัตกรรมจริง จุดประกายแรงบันดาลใจ และสร้างนักวิจัย นักนวัตกรรม และวิศวกรรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

Advertisement

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิด คณะผู้บริหารได้ร่วมเดินเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัยระดับแนวหน้า ซึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้นำนวัตกรรมไฮไลต์ที่พร้อมเปลี่ยนอนาคตประเทศมาจัดแสดง ประกอบด้วย งานวิจัยสารหน่วงไฟชนิดออกฤทธิ์ยาวจากเถ้าแกลบ นวัตกรรมเชิงรุกกู้ภัยแล้งฉีดพ่นเคลือบใบไม้แห้งสกัดจากซิลิกาบริสุทธิ์ ลดการลุกลามของไฟป่าได้สูงถึง 83-93% เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่น PM2.5, ระบบตรวจจับพลาสมาบับเบิ้ล ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติในชั้นบรรยากาศอวกาศล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยในการนำร่องอากาศยานและระบบ GPS พร้อมต่อยอดสู่ระบบนำร่องลงจอดอัตโนมัติ (Auto Landing), รถแข่งไฟฟ้าสูตรนักศึกษาขับเคลื่อน 4 ล้อระบบมอเตอร์แยกอิสระ ยานยนต์ต้นแบบ Formula Student EV ด้วยระบบมอเตอร์ล้อ (In-Wheel Motor) สร้างแรงกดอากาศพลศาสตร์ได้ 200 นิวตัน, CiRA Quantum แพลตฟอร์มควอนตัมไฮบริด โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลขั้นสูงเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมเข้ากับควอนตัม รองรับระบบความปลอดภัยขั้นสูง (BYOK) และ เครื่องพิมพ์อักษรเบรลล์บนแผ่นโลหะอัตโนมัติ รุ่นที่ 2 นวัตกรรมเพื่อสังคมระบบคอมพิวเตอร์เข็มพิมพ์เดี่ยว ลดต้นทุนและยกระดับความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลของผู้พิการทางการมองเห็น

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ในฐานะแม่งานหลัก เปิดเผยว่า ความตั้งใจในการจัดงานครั้งนี้ เราเชื่อว่าการสร้างวิศวกรที่มีคุณภาพ ต้องเริ่มจากการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์จริง งานครั้งนี้จึงนำห้องปฏิบัติการและนวัตกรรมมาให้ลงมือปฏิบัติ พร้อมเชื่อมโยงกับโครงการ High Caliber Pathways ซึ่งคัดเลือกนักศึกษาโดยมุ่งประเมินสมรรถนะและความคิดสร้างสรรค์ มากกว่าการวัดผลจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต

สำหรับงาน K-Engineering World Tour and Competency Challenge 2026 ในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2569 ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นทลายสถิติกว่า 20,000 คนจากทั่วประเทศ ภายในงานอัดแน่นไปด้วย 5 กิจกรรมหลัก อาทิ World Engineering Tour เปิดบ้านชมห้องปฏิบัติการชั้นนำ, World Engineering Talk เสวนาจากวิศวกรตัวจริง และเวทีไฮไลต์อย่าง World Engineering High Caliber Engineering Competency Test เวทีทดสอบความรู้พื้นฐานทางวิศวกรรมศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้น ม.4-ม.6 ซึ่งผู้ที่ทำคะแนนผ่านเกณฑ์และเข้าร่วม Competency Lab จะได้รับสิทธิ์พิเศษและ e-Certificate เพื่อนำไปใช้ยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อในรอบ TCAS1 (Portfolio) โครงการใหม่ High Caliber Engineering Competency Test และรอบ TCAS2 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้ทันที