‘บิ๊กเขต’ หนุนเดินเครื่องพ.ร.บ.การศึกษาฯ ชงปรับระบบอุดหนุนงบ-กระจายลงพื้นที่

5.07.26 | 11:35 น.

‘บิ๊กเขต’ หนุนเดินเครื่องพ.ร.บ.การศึกษาฯ ชงปรับระบบอุดหนุนงบ-กระจายลงพื้นที่

นายสุวิทย์ เจะโซะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ปัตตานี เขต 1 เปิดเผยว่า ตามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ… ฉบับใหม่ โดยมีนโยบายผลักดันให้สามารถประกาศใช้ได้ทันในรัฐบาลนี้นั้น เท่าที่ดูนโยบาย All For Education เน้นจัดการศึกษาเพื่อให้คนไทยทุกคน ถือว่ามาถูกทาง โดยการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ครั้งนี้ อาจไม่จำเป็นต้องยกร่างใหม่ ทั้งฉบับ แต่ควรปรับปรุงเฉพาะประเด็นที่เป็นปัญหา เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ ติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง พบว่า ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ เด็กมีเวลาเรียนไม่เต็มที่ เนื่องจากครูและบุคลากรทางการศึกษา มีภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานสอน ซึ่งหลายหน่วยงาน ต่างจัดกิจกรรมลงมาที่โรงเรียนแบบต่างคนต่างทำ ครูต้องเข้าร่วมประชุม อบรมจนกระทบต่อเวลาในการสอน

“แม้ว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) จะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาในพื้นที่อยู่แล้ว แต่กลับมีหน่วยงานด้านการศึกษาอีกหลายแห่ง เข้ามาดำเนินโครงการที่มีลักษณะซ้ำซ้อนกัน ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรและงบประมาณที่กระจัดกระจาย งบประมาณที่ควรจัดสรรลงสู่สพท.ถูกแบ่งไปยังหน่วยงานอื่น ส่งผลให้เขตพื้นที่ฯ ไม่สามารถนำงบประมาณไปพัฒนาโรงเรียนได้อย่างเต็มที่ สะท้อนให้เห็นว่า ในหลายโรงเรียนมีปัญหาอาคารเรียนและสิ่งก่อสร้างที่เก่าและทรุดโทรม สื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์การศึกษาที่ล้าสมัย รวมถึงการขาดแคลนครูในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกัน ครูที่มีอยู่ก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สอนได้อย่างเต็มเวลา เพราะต้องรับผิดชอบงานด้านเอกสาร การรายงานผล และกิจกรรมจากหลายหน่วยงาน ทำให้การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นไปได้ยาก” นายสุวิทย์ กล่าว

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า หากส่วนกลางปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดสรรงบประมาณ โดยจัดสรรงบประมาณลงสู่สพท.โดยตรง เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรไปยังสถานศึกษาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนสูงสุด

“สำหรับข้อเสนอสำคัญต่อร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ คือ การคืนเวลาให้ครูได้ทำหน้าที่สอนอย่างเต็มศักยภาพ โดยลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานและโครงการต่างๆ ที่ลงไปยังโรงเรียน โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหน่วยงานด้านการศึกษาหลายหน่วยงานที่ต่างดำเนินโครงการในลักษณะใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นการอบรมครูหรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ส่งผลให้ครูต้องเข้าร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน จนไม่มีเวลาอยู่กับห้องเรียนอย่างเต็มที่ สุดท้ายผู้ที่ได้รับผลกระทบคือเด็กนักเรียน” นายสุวิทย์ กล่าว

Advertisement