‘บิ๊กเขต’ ชง 4 ข้อ ปฏิรูปการศึกษา แนะ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ สอดรับพื้นที่ เน้นกระจายอำนาจ

7.07.26 | 09:00 น.

‘บิ๊กเขต’ ชง 4 ข้อ ปฏิรูปการศึกษา แนะ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ สอดรับพื้นที่ เน้นกระจายอำนาจ

นายเลอศักดิ์ รัชณาการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุราษฎร์ธานี เขต 1 ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย (ส.บ.พ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ฉบับใหม่ โดยมีนโยบายผลักดันให้สามารถประกาศใช้ได้ทันในรัฐบาลนี้ นั้น ทางสมาคมเห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ต้องยึดหลักการกระจายอำนาจลงมาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษาโดยตรง เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อปัญหาในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง

นายเลอศักดิ์ กล่าวต่อว่า สมาคมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) หรือสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เพราะจะทำให้การบริหารงานขาดความคล่องตัว และไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยหลักการที่เหมาะสม ควรเป็นการกระจายอำนาจการบริหาร การตัดสินใจ และการจัดการทรัพยากรไปยังเขตพื้นที่ฯ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการนำนโยบายของ ศธ.ไปสู่การปฏิบัติ ส่วน ศธจ.ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์และแผนงานในการขับเคลื่อนการศึกษาภาพรวมของจังหวัดเท่านั้น หลักการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด No Single Command หรือการไม่รวมศูนย์อำนาจการสั่งการไว้ที่หน่วยงานเดียว เพราะระบบการศึกษาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อผู้ที่อยู่หน้างานมีอำนาจในการบริหารจัดการและตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

“ศธ.ควรถ่ายโอนอำนาจมายังเขตพื้นที่ฯ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการโรงเรียนในพื้นที่โดยตรง หากได้รับการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงจะสามารถบริหารจัดการบุคลากร งบประมาณ การเงิน ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างคล่องตัว และช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบปัญหาได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการรอคำสั่งจากส่วนกลาง” นายเลอศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายเลอศักดิ์ รัชณาการ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อผลักดันการปฏิรูปการศึกษาและแก้ไขปัญหาเชิงระบบ โดยเสนอ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.จัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ให้สอดคล้องกับบริบทจริง 2.ยกระดับมาตรฐานและความก้าวหน้าวิชาชีพครูและบุคลากร 3.ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น คืนเวลาให้การเรียนการสอน และ 4.ปรับระบบบริหารให้ยืดหยุ่นทันต่อการเปลี่ยนแปลง