‘ประเสริฐ’ ไฟเขียว โละทีโออาร์ Digital Skill/Credit Portfolio 1.6 พันล้าน สั่งปรับโครงการใหม่ ชงครม.ก.ย.นี้
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาทบทวนโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ หรือ The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations วงเงินราว 1,600 ล้านบาท ว่า ทางคณะกรรมการทบทวนฯ ได้พิจารณาข้อสรุปเกี่ยวกับการดำเนินโครงการดังกล่าว และข้อเสนอแนะจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รวมถึงนำข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร และความคิดเห็นจากสมาชิกสภาฯ ในการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 1 เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา มาร่วมพิจารณาอย่างละเอียดในทุกมิติ
“คณะกรรมการพิจารณาทบทวนฯ ได้ทำการตรวจสอบเชิงลึก และนำเสนอผลการพิจารณา โดยรับฟังข้อสังเกตจากกมธ.การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณอย่างรอบด้าน จึงมีมติ “ทบทวนโครงการ และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ” โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ควบดูกับการบูรณาการข้อมูลระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะยาว โดยมีสาระสำคัญจากผลการทบทวน ดังนี้1. ประเมินโครงการเก่าเพื่อลดความเสี่ยงด้านความซ้ำซ้อนกับโครงการ NDLP คณะกรรมการฯ ได้รับรายงานจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และมีข้อเสนอทบทวนและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ National Digital Learning Platform อยู่เดิมให้รอบคอบเสียก่อน ก่อนที่จะพิจารณาลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม่ (Digital Skill/Credit) เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน”นายประเสริฐ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า 2. มติคณะกรรมการ: ทบทวนโครงการและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการเกิดความคุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน คณะกรรมการฯ และ สพฐ. ได้เสนอแนวทางให้ทบทวนและเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ” โดยมีมาตรการปฏิบัติ ดังนี้ เปลี่ยนแปลงโครงการและยกเลิกร่างขอบเขตของงานหรือทีโออาร์เดิม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่างบประมาณ 2. เพิ่มวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับนโยบายยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เช่น ผลคะแนน PISA 2029 และการพัฒนา AI Literacy 3. ให้มีแนวทางเพื่อให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มของ อว. ซึ่งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงการ จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยให้เป็นไปตามระเบียบ และขั้นตอนทางกฎหมาย โดยที่จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 นี้
“ศธ.ขอย้ำจุดยืนว่า เราพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและรับการตรวจสอบจากทุกภาคส่วน การตัดสินใจทบทวน และเปลี่ยนแปลงตัวโครงการในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าศธ. ให้ความสำคัญสูงสุด กับการลดความช้ำช้อน การบูรณาการข้อมูล การเชื่อมโยงระบบ และการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน อย่างคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ของประชาชน จะต้องถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง” นายประเสริฐ กล่าว




