มมส ยันผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ นิสิตใหม่ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค เร่งคุยสสจ.ให้กลุ่มเสี่ยงตรวจยืนยัน

7.07.26 | 15:41 น.

มมส แจงเริ่มปีแรก ตรวจคัดกรอง ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ให้นิสิตใหม่ เร่งคุย สสจ.มหาสารคาม ให้กลุ่มเสี่ยงตรวจยืนยัน-รักษา ย้ำสุขภาพผู้เรียนเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เปิดเผยผลการดำเนินโครงการตรวจสุขภาพนิสิตชั้นปีที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2569 ซึ่งปีนี้มหาวิทยาลัยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม (สสจ.มค.) เพิ่มการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับเข้าเป็นหนึ่งในรายการตรวจสุขภาพเป็นครั้งแรก เพื่อค้นหาผู้ที่อาจมีความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้เข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันและการรักษาได้อย่างเหมาะสม

การตรวจดังกล่าวเป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Screening Test) เพื่อประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผู้ที่มีผลคัดกรองเข้าเกณฑ์เสี่ยง จำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อยืนยันผลและพิจารณาแนวทางการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์

นิสิตที่เข้ารับการตรวจในครั้งนี้เป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 ซึ่งเดินทางมาศึกษาต่อจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ การตรวจสุขภาพเมื่อเริ่มเข้าศึกษาจึงเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินสุขภาพเบื้องต้น เพื่อค้นหาความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจมีอยู่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย และช่วยให้ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลสามารถเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขได้ตั้งแต่ระยะแรก

ภายหลังการตรวจคัดกรอง มมส อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับ สสจ.มหาสารคาม เพื่ออำนวยความสะดวกให้นิสิตที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการตรวจยืนยัน การรักษา และการติดตามผลตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยมหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่ประสานงานและดูแลนิสิตในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้รับบริการอย่างรวดเร็วและไม่กระทบต่อการเรียน ทั้งนี้ ข้อมูลด้านสุขภาพของนิสิตจะได้รับการคุ้มครองตามหลักความลับของผู้ป่วยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

จากการดำเนินงานในครั้งนี้ มมส เตรียมหารือร่วมกับ สสจ.มหาสารคาม เพื่อขยายผลการตรวจคัดกรองและการส่งเสริมสุขภาพไปยังนิสิตและบุคลาการทั้งหมดของมหาวิทยาลัย รวมทั้งร่วมกันให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรค การลดปัจจัยเสี่ยง และการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อให้นิสิตทุกคนสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้อย่างทั่วถึง

Advertisement

มหาวิทยาลัยมหาสารคามเห็นว่า การดูแลสุขภาพของนิสิตเป็นส่วนสำคัญของการจัดการศึกษา เพราะสุขภาพที่ดีเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย จึงพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพนิสิตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม นพ.หัสชา เนือยทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า พยาธิใบไม้ตับ หรือ Opisthorchis viverrini (O.V.) เป็นพยาธิที่พบในปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดในวงศ์ปลาตะเพียน เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว และปลาขาว โดยตัวอ่อนของพยาธิจะฝังตัวอยู่ในเกล็ดและเนื้อเยื่อของปลา เมื่อประชาชนรับประทานปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก เช่น ก้อยปลา ลาบปลา หรือปลาร้าดิบ ตัวอ่อนพยาธิจะเข้าสู่ร่างกาย เคลื่อนตัวไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับ และหากติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโรคที่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายแพทย์ สสจ.มหาสารคามย้ำว่า พยาธิใบไม้ตับพบเฉพาะในปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดในวงศ์ปลาตะเพียนเท่านั้น ไม่พบในปลาชนิดอื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าปลาทะเลหรือปลาแซลมอนจะปลอดภัยจากพยาธิ เพราะปลาแต่ละชนิดอาจมีพยาธิที่จำเพาะของตนเอง ดังนั้น การรับประทานอาหารดิบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลาน้ำจืด ปลาทะเล เนื้อหมู หรือเนื้อวัว ล้วนมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคและพยาธิ จึงควรปรุงอาหารให้สุกทุกครั้ง

นพ.หัสชาอธิบายว่า สาเหตุที่ปีนี้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าเกิดการระบาดผิดปกติ แต่เป็นผลจากการขยายโครงการตรวจคัดกรองเข้าไปยังนิสิตและนักศึกษาใหม่ ซึ่งเดิมมหาวิทยาลัยมีการตรวจสุขภาพอยู่แล้ว และในปีนี้จังหวัดได้นำการตรวจพยาธิใบไม้ตับเข้าร่วมโครงการ ทำให้มีผู้ได้รับการตรวจจำนวนมาก จึงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้งปีนี้ยังเปลี่ยนมาใช้วิธีตรวจหาแอนติเจนของพยาธิในปัสสาวะ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ ม.ขอนแก่น พัฒนาขึ้น มีความสะดวก รวดเร็ว และมีความไวสูงกว่าวิธีตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระแบบเดิม โดยใช้เวลาตรวจเพียงประมาณ 15 นาที สามารถตรวจคนจำนวนมากได้พร้อมกัน และตรวจพบการติดเชื้อได้แม้ยังมีพยาธิจำนวนน้อย หรือยังไม่ถึงระยะที่พยาธิออกไข่ แตกต่างจากการตรวจอุจจาระที่ต้องอาศัยการพบไข่พยาธิ ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนพยาธิ ระยะการเจริญเติบโต และประสบการณ์ของผู้ตรวจ ทำให้บางรายอาจให้ผลลบทั้งที่ยังมีการติดเชื้ออยู่

นพ.หัสชากล่าวว่า ยืนยันว่านิสิตที่เข้ารับการตรวจคัดกรองเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีการตรวจสุขภาพก่อนเปิดภาคศึกษาติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับมาจากบ้าน จากการศึกษาพบว่าตั้งแต่รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เริ่มจากไข่เติมโตเป็นตัวแก่ ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน นิสิตเพิ่งจากได้รับการตรวจสุขภาพก็เข้าใจได้ว่านิสิตรับเชื้อมาก่อนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

“ในส่วนของผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับแล้ว ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ ก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งท่อน้ำดี โดยแนวทางการรักษาคือการรับประทานยาถ่ายพยาธิ ชื่อยา Praziquantel (พราซิควอนเทล) ซึ่งเป็นยามาตรฐานในการรักษาพยาธิใบไม้ตับ รับประทานครั้งเดียว คำนวณตามน้ำหนักตัว และจะมีการตรวจติดตามผลตรวจซ้ำภายใน 1 ปีว่ายังมีติดเชื้ออีกหรือไม่” นพ.หัสชากล่าว

นอกจากนี้ทาง สสจ.จะลงพื้นที่ให้ความรู้ทั้งในโรงเรียนประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เกี่ยวกับโรคพยาธิใบไม้ตับ และการดูแลสุขอนามัย