สกร. จับมือ MOA International ลงนาม MOU ฉบับใหม่ ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต

7.07.26 | 16:42 น.

สกร. จับมือ MOA International ลงนาม MOU ฉบับใหม่ ยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เชื่อมโยงเกษตรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และสุขภาวะ

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA เมืองอาตามิ จังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) พร้อมด้วย นางสาววัชรีวรรณ กันเดช รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และนางวิบูลผล พร้อมมูล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสกร. กับ สมาคม MOA International มูลนิธิเกษตรธรรมชาติ MOA ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ MOA มูลนิธิเอ็มโอเอไทย และมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมโมกิจิ โอกาดะโดยมี นายโคเฮ นากายิม่า ประธานกรรมการ MOA INTERNATIONAL ASSOCIATON , นพ.ซูซูกิ คิโยชิ ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์วิทยาศาสตร์ MOA , นายอาเบะ ทาคุ ประธานกรรมการมูลนิธิเกษตรธรรมชาติ MOA , ดร.อูจิดะ โทคูโงะ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะ MOA และนายสุชาญ ศีลอำนวย กรรมการและเลขานุการ มูลนิธิเอ็มโอเอไทย พร้อมผู้บริหารองค์กรภาคีของ MOA ร่วมเป็นสักขีพยานและลงนามความร่วมมือ เพื่อยกระดับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เกษตรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม สุขภาวะ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะยาวระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

ก่อนพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมประชุมหารือ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือที่ผ่านมา พร้อมแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและกำหนดทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป โดยได้ทบทวนผลสำเร็จของกิจกรรมที่ดำเนินการร่วมกัน ทั้งด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านศิลปะและวัฒนธรรม การขยายผลแนวคิดเกษตรธรรมชาติ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายการเรียนรู้ ตลอดจนการสร้างพื้นที่ต้นแบบที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

ดร.เกศทิพย์ กล่าวว่า ชื่นชมมูลนิธิ MOA ที่ให้การสนับสนุนสกร.อย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่ผ่านมา ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมเกษตรธรรมชาติ การจัดกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ที่ส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน นอกจากนี้ แนวคิดและกิจกรรมของมูลนิธิ MOA ยังสอดรับกับการน้อมนำ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน โดยยึดหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมใช้ความรู้ควบคู่คุณธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเอง อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน

นายนากาจิมะ ประธานกรรมการบริหารสมาคม MOA International และผู้บริหารมูลนิธิ MOA กล่าวว่า ชื่นชมการดำเนินงานของสกร. ที่มีภารกิจครอบคลุมและหลากหลาย ทั้งด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะอาชีพ การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ในชุมชน การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานสอดคล้องกับปรัชญาและพันธกิจของ MOA ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งความสุขผ่านการพัฒนาคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

Advertisement

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือให้ครอบคลุมมิติด้านการส่งเสริมสุขภาวะและสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตที่สมดุล และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี เข้ากับกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย พร้อมร่วมกันกำหนดกรอบแนวทาง (Roadmap) สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ทั้งการพัฒนาหลักสูตร การอบรมบุคลากร การขยายเครือข่ายต้นแบบ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อร่วมกันสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และสุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Community Learning and Wellness Ecosystem)” บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

การลงนามครั้งนี้เป็นการ ต่ออายุและขยายระยะเวลาความร่วมมือ ใน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเกษตรธรรมชาติ ระหว่างสกร. กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) สมาคม MOA International มูลนิธิเกษตรธรรมชาติ MOA ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ MOA และมูลนิธิเอ็มโอเอไทย และ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรม ระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มูลนิธิเอ็มโอเอไทย และมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมโมกิจิ โอกาดะ เพื่อสานต่อการดำเนินงานร่วมกันในระยะยาว

“บันทึกข้อตกลงฉบับใหม่นี้ เป็นการปรับปรุงให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมุ่งเน้นการวิจัยและการปฏิบัติจริงด้านเกษตรธรรมชาติ การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ไม่ใช้สารเคมี ภายใต้แนวคิด ‘จิตเป็นเกษตรกรรม ปัญญาเป็นธรรมชาติ’ พร้อมกำหนดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพครู วิทยากร และบุคลากรด้านการเรียนรู้ การขยายกิจกรรมสู่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ) เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบของ MOA Group ในเขตเมือง บูรณาการองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เกษตรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และงานวิจัย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ดร.เกศทิพย์ กล่าว

ดร.เกศทิพย์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การเชื่อมโยงผลการเรียนรู้เข้าสู่ระบบคุณวุฒิของประเทศ ผ่านการออกวุฒิบัตรและการสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) สำหรับผู้ผ่านการอบรม เพื่อยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของประชาชนทุกช่วงวัย พร้อมทั้งเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น และร่วมกันขับเคลื่อน ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้และสุขภาวะชุมชนที่ยั่งยืน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต