อาจารย์มข. ชี้ไม่ต้องตกใจ ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ทานยาถ่ายพยาธิก็หาย วอนเลิกพฤติกรรมเสี่ยง ก่อนเป็นมะเร็งท่อน้ำดี

8.07.26 | 20:09 น.

อาจารย์ มข. พร้อมร่วมมือ มมส คัดกรอง ‘พยาธิใบไม้ตับ’ ให้บุคลากรทั้งมหา’ลัย แนะติดเชื้อแล้วไม่ต้องตกใจ ทานยาถ่ายพยาธิ ‘พราซิควอนเทล’ ก็หายได้ วอนรักษาหายแล้วเลิกพฤติกรรมเสี่ยง หวั่นติดเชื้อซ้ำๆ นำไปสู่มะเร็งท่อน้ำดี

จากกรณีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มหาสารคาม เผยข้อมูลสถานการณ์การระบาดของโรคพยาธิใบไม้ในตับ จ.มหาสารคาม โดยคัดกรองประชาชน 20,000 คน พบการติดเชื้อประมาณ 11% รวมทั้งตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 12,733 คน พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับสุงถึง 4,233 คน คิดเป็นร้อยละ 33 นั้น

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า การนำเสนอข่าวเรื่องนิสิตชั้นปีที่ 1 มมส ตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและพบการติดพยาธิใบไม้ตับกว่า 4,000 คน ถือเป็นเรื่องดีมากที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับสุขภาพของนิสิต ซึ่งนิสิตที่มาเข้าเรียนในระดับชั้นปีที่ 1 ของ มมส มาจากทั่วประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ จ.มหาสารคาม อย่างเดียว การติดเชื้อดังกล่าวไม่ใช่เพิ่งติดตอนมาเรียนที่ มมส เท่านั้น แต่ติดมาจากบ้านที่อยู่อาศัยก่อนหน้านี้ ซึ่งเชื้อพยาธิดังกล่าวมาจากพฤติกรรมการกินที่อาจเผลอไปกินปลาดิบ โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่ยังไม่สุก รวมถึงการปนเปื้อนของปลาร้าที่อาจเป็นปลาร้าดิบ ปลาร้าที่หมักยังไม่ได้ที่ทำให้มีพยาธิอยู่

“การรู้ตัวเลขของนิสิตที่ติดพยาธิใบไม้ตับในชั้นปีที่ 1 และเมื่อนิสิตไปรับยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นยาถ่ายพยาธิที่ผลิตขึ้นมาเพื่อฆ่าพยาธิใบไม้ตับตัวนี้ ชื่อว่าพราซิควอนเทล (Praziquantel) จะทำให้เขาไม่ติดพยาธิ และอนาคตก็จะไม่ป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีด้วย หากนิสิตใหม่คนไหน หรือคนที่กินยาถ่ายพยาธิแล้ว กลับไปกินปลาดิบ หรือบังเอิญติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับอีกครั้งจากการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของปลาดิบหรือมีปลาร้าดิบ ก็อาจทำกลับมาติดเชื้ออีกได้” รศ.ดร.วัชรินทร์กล่าว

รศ.ดร.วัชรินทร์กล่าวอีกว่า สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดียินดีร่วมลงนามความร่วมมือกับ มมส คัดกรองนิสิตทั้งหมด รวมทั้งบุคลากรรวมกันกว่า 50,000 คน หากตรวจคัดกรองตั้งแต่ตอนนี้จะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคตได้ เพราะเชื้อพยาธิใบไม้ตับสามารถอยู่ในตัวเรา 15-20 ปี แล้วจะทำให้เกิดการอักเสบของท่อน้ำดี นำไปสู่การป่วยเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด เมื่อป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีแล้วจะรักษายากกว่าการป้องกันในตอนแรก คือการคัดกรอง และหากพบพยาธิใบไม้ตับก็กินยาถ่ายพยาธิก็จะปลอดภัยที่สุด

รศ.ดร.วัชรินทร์กล่าวต่อว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีโดยใช้ชุดตรวจ OV-ATK ในภาคตะวันออกฉียงเหนือตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดีได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้น 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คัดกรองกลุ่มเสี่ยงอายุ 15 ปีขึ้นไป ด้วยคำถาม 3 ข้อ กว่า 1.2 ล้านคน พบมีประวัติเสี่ยงกว่า 3.5 แสนคน จากการตรวจคัดกรองคนกว่า 2 แสนคน พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับประมาณ 29% ส่วนสถานการณ์โรคมะเร็งท่อน้ำดีในไทยพบว่า มีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีรายใหม่ประมาณปีละ 20,000 ราย ครึ่งหนึ่งประมาณ 10,000 รายอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากการศึกษาพบว่าคนไข้มะเร็งท่อน้ำดีกว่า 70% มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ

Advertisement

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือโรคมะเร็งท่อน้ำดี แต่มะเร็งท่อน้ำดีในประเทศไทยสามารถป้องกันได้ คืออย่าทำให้ตัวเองติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ สามารถติดได้โดยการับประทานอาหารดิบ โดยเฉพาะกลุ่มปลาน้ำจืดเกล็ดขาว น้ำจืดวงศ์ปลาตะเพียน เมนูหลักๆ เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ส้มตำปลาร้าดิบ แจ่วบองดิบ ปลาจ่อมดิบเป็นต้น หากสงสัยว่าตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยงก็สามารถตรวจคัดกรองได้ โดยขณะนี้ชุดตรวจ OV-ATK ดังกล่าวเป็นสิทธิประโยชน์ของ สปสช. สามารถตรวจสอบสิทธิของท่านได้ในแอพ ‘เป๋าตังค์’ หากติดเชื้อก็ไม่ต้องตกใจ เพราะรักษาง่ายมากคือรับประทานยาถ่ายพยาธิ Praziquantel อยากจะเน้นย้ำว่าเมื่อรักษาหายแล้ว ขอให้เลิกพฤติกรรมเสี่ยง เพราะอาจติดเชื้อได้อีก การติดเชื้อซ้ำๆ จะไปเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี” รศ.ดร.วัชรินทร์กล่าว