โอดงบ ‘ร.ร.เล็ก’ ไม่พอจ่ายค่าไฟ แนะยกเครื่องระบบ-จัดสรรขั้นต่ำ ร.ร.เป็นฐาน-ก่อนบวกรายหัว
นายเลอศักดิ์ รัชณาการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สุราษฎร์ธานี เขต 1 ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย (ส.บ.พ.) เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในส่วนของศธ. วงเงิน 359,576.8846 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอันดับ 2 ของประเทศ นั้น สำหรับงบโรงเรียนขนาดเล็กที่มีกว่า 15,000 แห่ง ได้รับงบสนับสนุนเพียงกว่า 200 ล้านบาท นั้น ภาพรวมยังไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภค และค่าสื่อการเรียนการสอน ที่ไม่ต่างจากโรงเรียนขนาดใหญ่ เพียงแต่ปริมาณการใช้อาจน้อยกว่า แต่การจัดสรรงบประมาณรายหัวในปัจจุบัน เปรียบเสมือนการนำคน 3 คน คือ คนสูง คนกลาง และคนเตี้ย มายืนดูข้างกำแพง คนสูงนั้นมองพ้นกำแพงอยู่แล้ว ส่วนคนเตี้ยมองไม่พ้นกำแพง ทว่ารัฐบาลกลับแจกกล่องให้คนละ 1 กล่อง เท่ากันหมด ผลลัพธ์คือ คนเตี้ยก็ยังมองไม่พ้นกำแพงอยู่ดี ขณะที่คนสูงก็สูงยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นขอเสนอว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้ ศธ. จัดตั้งงบประมาณโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานก่อน คือ กำหนดงบประมาณขั้นต่ำให้โรงเรียนขนาดเล็กมีกินมีใช้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จากนั้นจึงค่อยจัดสรรงบรายหัวเพิ่มเติม
“โรงเรียนก็เหมือนครัวเรือน หากรายได้ไม่พอตอบสนองค่าใช้จ่ายจำเป็นพื้นฐาน คุณภาพชีวิตคนในบ้านก็ลดลง เมื่อโรงเรียนขนาดเล็กได้งบประมาณไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ด้านสาธารณูปโภคและสื่อการสอน สิ่งที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ คือ โรงเรียนต้องไปดิ้นรนคิดหาวิธีระดมทุนภายนอก โดยครู ผู้บริหาร และบุคลากรในสถานศึกษาต้องเอาเวลาไปจัดกิจกรรมหารายได้เข้าโรงเรียน เช่น การทอดผ้าป่า หรือการจัดงานโรงเรียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงคุณภาพการเรียนการสอนของเด็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” นายเลอศักดิ์ กล่าว
นายเลอศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายลดภาระครู เรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับงบประมาณอย่างมาก เนื่องจากในโรงเรียนที่มีบุคลากรน้อย ครูจำเป็นต้องรับผิดชอบภารกิจเท่ากับโรงเรียนขนาดใหญ่ สมมุติว่าโรงเรียนมีหน้างานที่ต้องทำทั้งหมด 10 งาน เท่ากัน ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีครู 10 คน ก็แบ่งกันทำคนละ 1 งาน แต่ถ้าเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีครูแค่ 2 คน ครูหนึ่งคนต้องแบกไปถึง 5 งาน ถึงแม้ว่าปริมาณงานจะน้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ แต่กรอบงานและหัวข้อที่ต้องทำนั้นเท่ากันหมด หากศธ.ต้องการลดภาระครูให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ต้องกล้าตัดลดกระบวนการหรือภาระงานที่ไม่จำเป็นออกไปจากระบบ โดยเฉพาะเรื่องระบบการประเมินผลต่างๆ ที่บังคับให้ครูต้องเสียเวลาไปกับการทำรายงานและเอกสารจำนวนมาก เพื่อคืนเวลาจากหน้ากระดาษกลับสู่ห้องเรียนและตัวเด็กอย่างแท้จริง



