‘นักวิชาการ’ ชี้งบ70แก้ไม่ตรงจุด ‘ศธ.’ ทุ่มพัฒนาAI-เมินสร้างทุนมนุษย์ สวนทางปฏิรูป-เสี่ยงสูญเปล่าครั้งใหญ่
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาในรายละเอียดโดยในส่วนขอศธ. ในส่วนของศธ. เสนอของบประมาณภายใต้กรอบวงเงินจำนวน 359,576.8846 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากรภาครัฐ กว่า 64.70% รองลงมาเป็นงบยุทธศาสตร์ 32.13% งบพื้นฐาน 2.95% และงบบูรณาการ 0.22% ตามลำดับ ในส่วนของงบประมาณตามนโยบายการศึกษาของ ศธ. ได้รับจัดสรรจำนวน 78,783 ล้านบาท รวม 228 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาไทยในปี 2570 ตามแนวคิด “All for Education” นั้น พบว่า มีความย้อนแย้งในแนวคิดที่เน้นย้ำเรื่องการพัฒนา ‘ทุนมนุษย์’ เพื่อหวังใช้ระบบการศึกษาเข้ามาแก้ปัญหาระดับโครงสร้างของประเทศ แต่ในทางปฏิบัติงบประมาณกลับถูกจัดสรรไปสู่ภาคเทคโนโลยีเป็นหลัก ทั้งเรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) , การจัดซื้ออุปกรณ์การเรียน และฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ต่างๆ ฉะนั้น จึงไม่สอดคล้องกับการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่กลับถูกลดสัดส่วนงบประมาณลงไปต่ำมาก รวมถึงเป็นส่วนที่ตรวจสอบได้ยาก หากเราไม่คิดทบทวนเรื่องงบประมาณให้ลงไปสู่ตัวเด็ก ระบบการศึกษา สวัสดิการ และทุนมนุษย์อย่างแท้จริง ผมมีความกังวลว่าจะเกิดการสูญเปล่าทางการศึกษาครั้งใหญ่
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเดินหน้า โครงการดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ หรือ NDLP (National Digital Learning Platform) เป็นสื่อตามหลักสูตรแกนกลางครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีแผนขยายผลการใช้งานให้ครอบคลุมโรงเรียนในสังกัด โดยจะมีผู้ใช้งานทั้งครูและนักเรียนไม่น้อย กว่า 5 ล้านคน รั้น ส่วนตัวสนับสนุนโครงการนี้ แต่การจะทำให้สำเร็จได้ ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ โดยต้องพัฒนาจากล่างขึ้นบน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากความเหลื่อมล้ำไม่ได้เริ่มจากข้างบนลงข้างล่าง หากจะแก้ปัญหานี้ ต้องดูความขาดแคลนของโรงเรียนขนาดเล็ก หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏในต่างจังหวัดก่อน ว่าได้รับงบประมาณที่เสมอภาคและเท่าเทียมแล้วหรือยัง ปัจจุบันสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่หรือโรงเรียนในเมืองมักได้รับโอกาสสูงกว่า หากทำแพลตฟอร์มจากส่วนกลางโดยไม่เข้าใจพื้นที่แต่ละพื้นที่ จะเป็นแค่เพียงเครื่องมือที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงขึ้น
“ภาพรวมงบประมาณการศึกษาในปัจจุบัน ควรจะพิจารณางบประมาณด้านทุนมนุษย์ ที่ให้ความสำคัญค่อนข้างต่ำ ผมคิดว่าการลงทุนทางการศึกษากับงบประมาณปี 2570 มีปัญหาและข้อจำกัด ทำให้ประเทศไทยแทบไม่มีขีดความสามารถที่จะฉุดตัวเองขึ้นไปสู่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ โดยการพัฒนาประเทศให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสากลหรือการเข้าเป็นสมาชิกคือองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา( OECD )กลายเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ หากไม่มีการปฏิรูประบบงบประมาณ หลักสูตร และการจัดสรรทรัพยากรใหม่” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังใช้เงินจำนวนมหาศาลไปกับกิจกรรมที่ผิดทิศทาง ขณะที่การลงทุนในสิ่งสำคัญที่สุดอย่างการศึกษาและทุนมนุษย์กลับได้ส่วนแบ่งที่ต่ำเกินไป อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายในเรื่องนี้ยังเผชิญภาวะโดดเดี่ยว เนื่องจากไม่พบแรงผลักดันโดยตรงจากรัฐบาล แต่เป็นเพียงการขับเคลื่อนตามลำพังของพรรคร่วมรัฐบาล โอกาสที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อประเทศในอนาคตนั้น มีเหลืออยู่ประมาณ 20% เท่านั้น



