หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา อดีตรองอธิการ...

อดีตรองอธิการแม่โจ้เผย ข้อมูล’ทวงคืน’แน่นปึ้ก! ย้ำอย่าลืม’โพธิสัตว์ประโคนชัย’

13.06.17 | 13:13 น.
ภาพจากกลุ่มสำนึก 300 องค์

สืบเนื่องกรณีนายกรัฐมนตรีลงนามตั้งคณะกรรมการจำนวน 32 รายเพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศคืนสู่ประเทศไทย จำนวน 133 รายการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายดำรง ลีนานุรักษ์ นักวิชาการอิสระ อดีตรองอธิการบดี ม.แม่โจ้ หนึ่งในผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวยังมีประเด็นน่าห่วงหลายประการ ซึ่งจำนวนโบราณวัตถุ 133 ชิ้นที่ระบุว่าจะมีการทวงคืนนั้น ตนยังไม่ได้รับเอกสารรายละเอียดว่ามีรายการใดบ้าง โดยส่วนตัวคิดว่า ภาครัฐควรเน้นไปที่ประติมากรรมพระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์แบบประโคนชัย จากปราสาทปลายบัด 2 อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุหลักที่ตนและกลุ่มสำนึก 300 องค์ผลักดันการขอคืนจากพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกมาโดยตลอด แต่เท่าที่ติดตามข่าว พบว่านายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ไม่ได้กล่าวถึงการทวงคืนพระโพธิสัตว์สัมฤทธิ์เลย ทั้งที่มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นของที่ถูกลักลอบขุดและนำออกนอกประเทศใน พ.ศ.2507 หลัง พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504

“ตามข่าวที่ผ่านมา รู้สึกแปลกใจที่ทั้งท่าน รมว.วัฒนธรรมและท่านอธิบดีอนันต์ไม่ได้พูดถึงการทวงคืนพระสัมฤทธิ์จากปราสาทปลายบัด 2 เลย ทั้งที่ทีมงานสำนึก 300 องค์ซึ่งนำโดย อ.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นำเสนอข้อมูลชัดเจนที่สุดซึ่งทั่วโลกระบุว่า เป็นของถูกขโมยขุดไปในปี พ.ศ.2507 หลัง พ.ร.บ.โบราณสถานปี 2504 ซึ่งศาลอเมริกายอมรับ รายละเอียดต่างๆ มีชัดเจนพร้อมที่ส่งเรื่องให้อเมริกาช่วยทวงคืนอย่างเป็นทางการ
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ก็คงต้องรอให้ประธานคณะกรรมการคือท่าน รมต.วีระเรียกประชุม เพื่อพูดคุยและลำดับความสำคัญของงาน” นายดำรงกล่าว

นายดำรงยังกล่าวอีกว่า ส่วนการทวงคืนแต่ละชิ้น นายเจสัน เฟลซ์ นัก นสพ.ชาวอเมริกันซึ่งมีบทบาทการเปิดโปงขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุ ได้แนะนำว่า ให้ศึกษาข้อมูลความเป็นเจ้าของ เริ่มต้นจากความเป็นสมบัติชาติ ธุรกรรมหรือเจ้าของผู้ครอบครอง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบขุด การส่งออก แต่ละชิ้นต้องทำไฟล์เฉพาะ แบบข้อมูลสะสม ซึ่งกรณีพระโพธิสัตว์จากปราสาทปลายบัดกว่า 20 ชิ้น ทางกลุ่มสำนึก 300 องค์ได้รวบรวมไว้แล้ว โดยมีข้อมูลจากเอกสารที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศตั้งแต่ปีแรกหลังการลักลอบขุดโดยหนังสือพิมพ์ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่ามีการลักลอบขุดและโบราณวัตถุส่วนใหญ่ออกนอกประเทศไปแล้ว

“ไม่ใช่แค่เอกสารของหนังสือพิมพ์ในอังกฤษ แต่ยังมีเอกสารที่เขียนโดยภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์กีเมต์ ของฝรั่งเศส ที่ระบุว่าซื้อพระสัมฤทธิ์องค์สำคัญองค์หนึ่งที่ทราบภายหลังว่าซื้อจากบริษัทหนึ่งในอังกฤษ พร้อมเล่ารายละเอียดโดยมีการวิเคราะห์เชิงวิชาการว่า พระชุดนี้เชื่อมโยงกับอาณาจักรศรีจนาศะ ในยุคขอมก่อนเมืองพระนคร หรือเจนละบกในอีสาน ตามมาด้วยข้อมูลของนางเอมม่า ซี บังเกอร์ นักวิชาการที่เคยเดินทางลงพื้นที่จริง รวมถึงบทความของ ศ.ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล อดีตคณบดีคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ทั้งหมดนี้มีข้อมูลพร้อมนำเสนอท่าน รมต.ในที่ประชุม ซึ่งกรมศิลปากรเป็นผู้รักษาและมีอำนาจตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ปี 2504 การทำรายการของที่สูญหายไปหรือถูกลักขโมยไป แล้วดำเนินการทวงคืนเป็นงานของกรมศิลป์ดำเนินการได้เองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีการนำเสนอ 133 รายการเพื่อทวงคืน คงต้องมีแฟ้มรายการตามที่เจสัน เฟลซ์ แนะนำมาแบบมืออาชีพและเสนอท่าน รมต.ลงนามส่งหนังสือทวงคืนได้เลย” นายดำรงกล่าว

Advertisement