ผอ.สาธิตศิลปากร ฝ่ายมัธยม ยันไม่เกี่ยวคดีครูละเมิดน.ร. หลังถูกเข้าใจผิด จนเสื่อมเสีย จ่อดำเนินการตามกม.คุ้มครองสิทธิ
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม คณะผู้บริหารโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) ออกชี้แจงผ่านเพจ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนนั้น โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) ขอประณามการกระทำความรุนแรงและการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ พร้อมขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหาย ครอบครัว และผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่าย
โรงเรียนขอยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ หากมีการประสานขอข้อมูลหรือความร่วมมือเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างครบถ้วน โปร่งใส และเป็นธรรม
ทั้งนี้ ขอเรียนชี้แจงว่า โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) และ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (ปฐมวัยและประถมศึกษา) แม้จะสังกัดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เช่นเดียวกัน แต่มีโครงสร้างการบริหาร การบังคับบัญชา และการดำเนินงานแยกจากกันอย่างชัดเจน โดยแต่ละโรงเรียนมีผู้บริหาร บุคลากร และสายการบังคับบัญชาของตนเอง ดังนั้น อาจารย์ ดร.เอกชัย ภูมิระรื่น ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร (มัธยมศึกษา) จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ไม่ว่าจะในฐานะผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องหาแต่อย่างใด
การออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ มิใช่การปฏิเสธข้อเท็จจริงของคดี หรือมีเจตนาลดทอนความสำคัญของผู้เสียหาย หากแต่เป็นการสะท้อนถึงความกังวลต่อการใช้นามสมมติและการนำเสนอข่าวในบางส่วน ความเสียหายที่เกิดขึ้นมิได้เกิดจากการรายงานข้อเท็จจริงของคดี หากแต่เกิดจากการใช้นามสมมติและการนำเสนอข่าวในลักษณะที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเชื่อมโยงไปยังบุคคลจริงและหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้อง จนก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลและองค์กร ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรได้รับความสำคัญควบคู่ไปกับหลักจริยธรรมในการนำเสนอข่าวและการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย
ด้วยเหตุนี้ อาจารย์ ดร.เอกชัย ภูมิระรื่น จึงได้ใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองชื่อเสียงและสิทธิของตนเองจากความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยการดำเนินการดังกล่าว มิได้มีเจตนากระทบต่อการดำเนินคดีหลัก หรือสิทธิของผู้เสียหายแต่อย่างใด แต่เป็นการขอให้ข้อเท็จจริงได้รับการนำเสนออย่างถูกต้อง และเพื่อให้ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีได้รับความเป็นธรรมตามหลักกฎหมายและหลักจริยธรรมของการสื่อสารสาธารณะ



