อัครนันท์ เปิดสาเหตุร.ร.ปิดข่าวครูละเมิดน.ร. ลั่นฟันโทษยึดใบอนุญาต จ่อเปิดศูนย์พิทักษ์สิทธิ

14.07.26 | 12:17 น.
อัครนันท์

“อัครนันท์” รับ ร.ร.ปิดข่าว เหตุระหว่างครู-นร.รักษา KPI ลั่น ฟันโทษยึดใบอนุญาต เตรียมเปิดตัว “ศูนย์พิทักษ์สิทธิ”-ดึง “ทราฟฟี่ฟองดูว์” รับเรื่องร้องเรียนแบบปิดชื่อ มั่นใจ โปร่งใส สร้างความโปร่งใส

 

เมื่อเวลา​ 10.00น.​ วันที่ 14 ก.ค.ที่​ทำเนียบ​รัฐบาล​ นายอัครนันท์​ กัณณ์กิตตินันท์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)​ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ถึงปัญหา ครูที่มีพฤติกรรมล่วงละเมิดนักเรียนในหลายพื้นที่​ ว่า​ มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ช่วงนี้อาจจะมีจำนวนมาก​ โดยทุกกรณีมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง รวมไปถึงพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งตนได้พูดคุยกับเลขาธิการคุรุสภา​ ไปถึงการดำเนินการยึดใบอนุญาตถาวร ​ในกรณีที่อาจไม่มีรายละเอียด​มากแต่เป็นประเด็นในสังคม​

เมื่อถามว่าหลายคนมองว่าขณะนี้โรงเรียนไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก นายอัครนันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ศธ. มีการตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ ที่จะมีการเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้​ จากนั้นจะลงพื้นที่สร้างความเข้าใจ​ถึงบทบาทหน้าของศูนย์ และเชื่อได้ว่าจะมีการส่งเรื่องร้องเรียนมาจำนวนมากขึ้น โดยกระทรวงฯจะเร่งดำเนินการแก้ หากศูนย์นี้เดินหน้าก็จะเกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบและแก้ปัญหา​ วันนี้​ในหลายกรณีมีความพยายามติดต่อผ่าน อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง​ แต่ยืนยันว่า​ปัจจุบันยังไม่มีการร้องผ่านกระบวนการของศธ.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันผู้เสียหาย หันไปพึ่งหน่วยอื่นที่ไม่ใช่ภาครัฐ มากขึ้น นายอัครนันท์ กล่าวว่า​ เข้าใจ​และต้องยอมรับว่าในอดีตเมื่อเกิดปัญหาในโรงเรียน​ ผู้อำนวยการไม่อยากเปิดเผยและพยายามจัดการปัญหากันภายใน​ ซึ่งตนมองว่าไม่เกิดการแก้ไขปัญหา​ และมองว่าการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาเพื่อหาทางออก​เป็นเรื่องที่ดี​ พร้อมยังว่าทาง ศธ. พยายามที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้และไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่จะต้องทำอย่างไรให้การบังคับใช้กฎหมาย และใช้บังคับการเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปกป้องผู้เสียหายอย่างไรที่แจ้งเบาะแสเข้ามา นายอัครนันท์ กล่าวว่า เราใช้แอพพลิเคชั่น ทราฟฟี่ฟองดู​ ซึ่งเมื่อก่อนการแจ้งเนื้อหาบ้างเรื่องก็ไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดี​ เพราะส่งผลต่อเคพีไอของสถานศึกษา​นั้นในพื้นที่​ ซึ่งข้าราชการเองก็ต้องกระตือรือร้น​ในการทำงาน​ โดยเรื่องที่แจ้งเข้ามาจะอยู่ในฐานข้อมูล​ โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด​

Advertisement