จี้อว. แก้เหลื่อมล้ำมหา‘ลัย มรภ.ขอเพิ่มงบพัฒนาท้องถิ่น

15.07.26 | 15:39 น.

จี้อว. แก้เหลื่อมล้ำมหา’ลัย มรภ.ขอเพิ่มงบพัฒนาท้องถิ่น

นายยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศ (ทปอ.มรภ.) ที่มีพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ประธานที่ปรึกษาทปอ.มรภ. เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ย้ำถึงจุดเด่นของ มรภ.คือ การเป็นหัวใจของชุมชน เป็นสถาบันที่อยู่ใกล้ชิดและเข้าใจปัญหาของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ถือเป็นจิ๊กซอว์ในการพัฒนาประเทศ เป้าหมายของมรภ.ไม่ใช่สร้างอัจฉริยะแต่คือการสร้างคนในท้องถิ่นให้พร้อมรับอนาคต

นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะประธานทปอ.มรภ. กล่าวว่า มรภ.ทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ มีพันธกิจสำคัญ คือ การเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน 29,851 คน นักศึกษา 357,117 คน หลักสูตร 2,588 หลักสูตร โดยได้รับประมาณ ปี 2569 รวม 20,310 ล้านบาท เฉลี่ยเพียง มรภ.ละประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยรัฐกลุ่มเดิมและภารกิจตาม พ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัย

“มรภ.ทุกแห่งมีสถานะเป็นส่วนราชการในขณะที่บุคลากรเกือบ 90% ไม่ได้มีสถานะเป็นข้าราชการ จึงอยากให้ อว.มีแนวนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการเป็นส่วนราชการหรือเป็น ม.ในกำกับ จะได้มีความคล่องตัวในการทำงาน ทั้งนี้อุดมศึกษาไทย มีความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มมหาวิทยาลัยของรัฐเดิมกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณของรัฐที่มีความแตกต่างกันสูงมาก นอกจากนี้งบประมาณจากกองทุนต่าง ๆ ในระบบของอว.ก็มีสัดส่วนที่กระจายไปยังมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่ค่อนข้างน้อย กลไกและบุคคลในระบบกรรมการ หรือกองทุน ของ อว.แทบจะไม่มีบุคลากรของมหาวิทยาลัยเชิงพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วม การประกาศใช้กฎกระทรวงการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2564 ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยตามจุดเด่นก็แทบจะไม่มีนัยยะหรือความหมายต่อการเปลี่ยนแปลง(Reinventing) ใดๆ เพราะแทบจะไม่มีงบประมาณจากกองทุนอุดมศึกษามาสนับสนุน” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศร กล่าวต่อว่า รัฐมนตรีที่เข้ามาทุกยุคทุกสมัย ล้วนแต่มายกย่องชื่นชมมรภ.ที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาให้ลูกชาวบ้านหรือประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงบทบาทในการพัฒนาพื้นที่ของมรภ.ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใกล้ชิดประชาชน เข้าใจปัญหาประชาชนมากที่สุด แต่ก็ยังไม่ปรากฏเห็นถึงระบบ กลไก สนับสนุน รวมไปถึงการจัดสรรงบประมาณที่ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่เหมือนเดิม ถ้ารัฐเห็นความสำคัญของมหาวิทยาลัยที่จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง รัฐต้องกล้าลงทุนกับมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการดูแลความเป็นอยู่ของบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่ปัจจุบันยังมีความสั่นคลอนในอาชีพอยู่ มรภ.ทั้ง 38 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศพร้อมที่จะเป็นแกนหลักในการพัฒนาพื้นที่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่นภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จต่อพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม