ศธ. จับมือ AIS Academy พลิกโฉมการศึกษาไทย ดึงAI ติดปีกครูไทย-เติมทักษะไซเบอร์นร.

16.07.26 | 16:44 น.

ศธ. จับมือ AIS Academy พลิกโฉมการศึกษาไทย ดึงAI ติดปีกครูไทย-เติมทักษะไซเบอร์นร. พร้อมรับความท้าทาย PISA 2029

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหาร ศธ. หารือร่วมกับคณะผู้บริหาร AIS Academy เรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตสำหรับนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา

นายประเสริฐ กล่าวว่า AIS Academy ดำเนินโครงการด้วยความเชื่อที่ว่า ต้องการเห็นคนไทยมีคุณภาพ ซึ่งตรงกับภารกิจของ ศธ. ที่ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อพลิกโฉมทุนมนุษย์ของประเทศ เชื่อมโยงตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ต้นน้ำ) เข้ากับสายอาชีพและอุดมศึกษา (ปลายน้ำ) อย่างไร้รอยต่อ รองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

“เป็นเจตนารมณ์ของผมตั้งแต่เข้ามาทำงานที่ ศธ. ว่า ศธ. จะเดินคนเดียวไม่ได้ เราต้องมีเพื่อน ต้องมีเครือข่ายในการทำงาน นั่นจึงเป็นที่มาของ ‘All for Education’ โดยยินดีร่วมมือในโครงการ AIS Academy for Thais ‘คิดเผื่อ เพื่อคนไทย’ ร่วมก้าวข้ามความท้าทายประเทศไทย ผ่านการสร้างกำลังคนที่มีความพร้อมสำหรับอนาคต Redefine Future-Ready People และ Jump Thailand Hackathon ส่วนการส่งเสริมอาชีวศึกษา ในลักษณะของการบูรณาการสร้างหลักสูตรใหม่ๆ ระดับสากล เช่น Cloud, AI หรือ Skill Bridge เข้ามาสอน พร้อมระบบการรับรอง (Certification) ที่สามารถสะสมหน่วยกิตในระบบ Credit Bank ได้ เพื่อพลิกภาพลักษณ์จาก เด็กช่าง ไปสู่สุดยอดนวัตกรนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี และสอดคล้องกับความต้องการกำลังคนสายอาชีวะของประเทศ ถึงกว่า 4 แสนคนต่อปีในทุกสาขา” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ USO (Universal Service Obligation)​ เพื่อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่สถานศึกษาที่ขาดแคลนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ของประชาชนผ่าน Digital Library ในห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” พร้อมๆ กับการพัฒนาครูด้วยเครื่องมือดิจิทัลและ AI เพื่อช่วยให้ออกแบบการสอนที่มีคุณภาพ การพัฒนาระบบการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ผ่านระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank) ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์ให้กับนักเรียนและประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้รู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงออนไลน์

Advertisement

“ทาง ศธ. เตรียมรองรับความท้าทายการประเมิน PISA ในปี ค.ศ. 2029 โดยเน้นพัฒนาทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) ของนักเรียน รวมถึงทบทวนการทดสอบ O-NET ร่วมกับ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ พร้อมๆ กับ ศธ.เตรียมวางระบบไอทีใหม่ โดยมุ่งเน้นการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนผ่านระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดภาระงานเอกสารของครู เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับการดูแลและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ความร่วมกันในครั้งนี้ ถือว่าเรามีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรชั้นนำ พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาเป็นรากฐานสำคัญในการหนุนเสริมทุกนโยบายของ ศธ. เพื่อผลักดันให้เยาวชนและบุคลากรทางการศึกษาไทยก้าวทันโลกยุคใหม่อย่างยั่งยืน” นายประเสริฐ กล่าว