การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การแข่งขันในตลาดโลก และการขยายบทบาทของประเทศจีนในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องการบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ และสามารถต่อยอดไอเดียสู่การแก้โจทย์ธุรกิจได้จริง ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจากสถานการณ์จริง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและภาคธุรกิจ จึงนับเป็นอีกกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ สร้างประสบการณ์ และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำด้านธุรกิจคุณภาพในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG จึงร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโครงการ “Possibilities Space for Young Talents Program 2026” ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ณ สำนักงานใหญ่ SCG เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้ นิสิต นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริงด้านการพัฒนาตลาดและการขยายธุรกิจกับประเทศจีน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Experiential Learning) และการทำงานข้ามศาสตร์ (Multidisciplinary Collaboration) ควบคู่กับการทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ที่ปรึกษา โดยในปีนี้มีนักศึกษาจาก 12 ทีมร่วมพัฒนาและนำเสนอแผนธุรกิจ ก่อนคัดเหลือ 4 ทีมสุดท้าย ที่จะสามารถคว้ารางวัลจากการนำเสนอแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่โดดเด่น สะท้อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมในอนาคต

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรมว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจึงต้องการคนรุ่นใหม่ที่สามารถคิดเป็น ทำเป็น และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคต โดยรู้สึกยินดีที่ได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าลงมือทำ มีความมุ่งมั่นทุ่มเท และแสวงหาโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” ของเอสซีจี ที่มุ่งสร้างและสนับสนุนโอกาสอันหลากหลายให้ทุกคนได้เติบโตและพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับจากโครงการ “Possibilities Space for Young Talent Program” ไม่ใช่เพียงรางวัลหรือการได้แสดงศักยภาพบนเวทีการแข่งขัน แต่คือ “โอกาส” ในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง ผ่านการลงมือทำจากโจทย์ธุรกิจจริง การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และการเปิดมุมมองใหม่ในการคิดและสร้างสรรค์
“ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของเอสซีจี และเป็นศูนย์กลางแห่งโอกาสด้านนวัตกรรม การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ระดับโลก จึงเชื่อมั่นว่าการได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง ควบคู่กับคำแนะนำจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญตลอดโครงการ จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์ที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานจริง เสริมสร้างความมั่นใจ และเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีศักยภาพ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG กล่าว

รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา ได้เรียนรู้จากโจทย์ธุรกิจจริง ถือเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยต่อยอดองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การลงมือปฏิบัติ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการคิด วิเคราะห์ และพัฒนาแนวคิดให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของ SCG ตลอดจนการทำงานร่วมกับเพื่อนนักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน ซึ่งไม่เพียงเสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมและการแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่ยังปลูกฝังแนวคิดของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การกล้าเผชิญความท้าทาย และการลุกขึ้นก้าวต่อไปทุกครั้งเมื่อพบอุปสรรค เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานและการสร้างคุณค่าให้กับสังคมในอนาคต
“พวกเราทุกคนมีโอกาส และขอให้ทุกคนลองชูมือขึ้น เพราะโอกาสนั้นมีอยู่ทุกที่ หากพวกเรายิ้มรับและคว้าโอกาสที่มีไว้ มันจะกลายเป็นพลังที่สำคัญสำหรับพวกเราในการสร้างผลกระทบต่อไปในอนาคต” รศ. ดร.ดำรงค์ กล่าว

ด้าน นายเมธา ประภาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานการบุคคลกลาง SCG กล่าวว่า โครงการ “Possibilities Space for Young Talents Program 2026” ได้ต่อยอดแนวคิดการพัฒนาบุคลากรของ SCG ที่ใช้กับพนักงานภายในองค์กร ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบเดียวกัน โดยเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจากโจทย์ธุรกิจจริง ภายใต้กระบวนการ Design Thinking การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการนำเสนอแนวคิดต่อผู้บริหาร เพื่อหล่อหลอมวิธีคิดแบบเจ้าของงาน (Owner Mindset) ที่กล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้ารับความท้าทาย แม้ผู้เข้าร่วมบางส่วนจะไม่ได้ผ่านการคัดเลือก แต่สิ่งสำคัญคือประสบการณ์ที่ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดและการทำงานให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ซึ่งสะท้อนแนวคิด “องค์กรแห่งโอกาส” ที่มุ่งส่งเสริมให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
“อยากให้น้องๆ มองว่าแบรนด์ SCG เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับพวกเขา อยากให้เขารับรู้ว่าองค์กรแห่งนี้มีพื้นที่ให้พวกเขาได้ทดลอง ได้เรียนรู้ ได้ยอมรับความล้มเหลว และได้เติบโตขึ้น คีย์เวิร์ดสำคัญคือการเป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้เด็กๆ ได้มา “ปล่อยแสง” หรือได้มาโชว์ศักยภาพที่พวกเขามีอยู่อย่างเต็มที่”
นายเมธา กล่าวอีกว่า โครงการในปีนี้ได้ปรับโจทย์ให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์ธุรกิจจริงมากขึ้น โดยมุ่งเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ SCG ครอบคลุมทั้งด้านห่วงโซ่อุปทาน การจัดหา การตลาด และการขยายธุรกิจ เพื่อเปิดมุมมองให้แก่นิสิต นักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการได้เข้าใจบริบทของการแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริง ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Future Talent ให้กับประเทศ โดย SCG พร้อมต่อยอดแนวคิดที่มีศักยภาพสู่การใช้งานจริง และตั้งเป้าสร้างความสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มองเห็น SCG ในฐานะ “องค์กรแห่งโอกาส” ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้จากการลงมือทำ และเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในอนาคต

ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนครึ่งของโครงการฯ นิสิต นักศึกษาได้ลงพื้นที่เรียนรู้ธุรกิจจริง ศึกษาข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์ Customer Insights ออกแบบแนวคิดทางธุรกิจ และพัฒนากลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ภายใต้การให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญของ SCG และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนก้าวสู่รอบสุดท้ายด้วยการนำเสนอแผนธุรกิจ (Business Pitching) ต่อคณะกรรมการและผู้บริหาร โดยทั้ง 12 ทีมมีเวลาเพียง 6 นาทีในการถ่ายทอดแนวคิด ภายใต้ 4 โจทย์ธุรกิจจริง ได้แก่ Minerals China Market, China Market Entry & Expansion Strategy, China Globalization in Southeast Asia และ China as a High-Quality Sourcing Hub เพื่อสะท้อนศักยภาพในการวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจและการนำเสนอแนวทางที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง
หลังจากการนำเสนอผลงานอย่างเข้มข้น คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกทีมที่มีแนวคิดโดดเด่น และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การดำเนินธุรกิจจริง จนได้ผู้ชนะทั้ง 4 โจทย์ธุรกิจ ได้แก่
ทีมที่ 9 “Q2P” ชนะการแข่งขันในโจทย์ Minerals China Market จากการนำเสนอแนวทางพัฒนาธุรกิจแร่ของ SCG เพื่อรองรับความต้องการวัตถุดิบของผู้ผลิตจีนที่ย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย พร้อมยกระดับห่วงโซ่อุปทานด้วยบริการผลิตและแปรรูปแร่แบบครบวงจร
ทีมที่ 3 ชนะการแข่งขันในโจทย์ China Market Entry & Expansion Strategy ด้วยแนวคิดผลักดันวัสดุรีไซเกิลและวัสดุวิศวกรรมของ SCGC เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีน ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น

ทีมที่ 10 “ชีวาชีวาย” ชนะการแข่งขันในโจทย์ China Globalization in Southeast Asia จากการนำเสนอโซลูชันก่อสร้างสีเขียวที่ผสานเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน การจัดการข้อมูลคาร์บอน และนวัตกรรมวัสดุเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
และ ทีมที่ 8 “SCG SEASIA Industrial Ecosystem” ชนะการแข่งขันในโจทย์ China as a High-Quality Sourcing Hub พร้อมคว้ารางวัล Best Pitching Award จากการนำเสนอโมเดลจัดหาวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงจากประเทศจีน ภายใต้มาตรฐานและความน่าเชื่อถือของ SCG เพื่อสร้างโอกาสขยายธุรกิจสู่ตลาดนิวซีแลนด์อย่างมีศักยภาพ
จากทั้งหมดของโครงการ “Possibilities Space for Young Talents Program 2026” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง SCG และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแข่งขันทางความคิด แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือทำกับโจทย์ธุรกิจจริง เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และพัฒนาศักยภาพผ่านประสบการณ์ตรง พร้อมหล่อหลอมทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกการทำงานในอนาคต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ SCG ในการสร้าง “องค์กรแห่งโอกาส” ที่ร่วมผลักดันและพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญขององค์กร สังคม และประเทศต่อไปในอนาคต



