อว.-บริติช เคานซิล ผนึกกำลัง ปั้นหลักสูตรข้ามพรมแดน ดันไทยฮับอุดมศึกษาภูมิภาค

21.07.26 | 11:02 น.

นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ อว. ร่วมกับ บริติช เคานซิล ประจำประเทศไทย จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “จุดประกายอนาคตประเทศไทย: พลิกโฉมการอุดมศึกษาและบุคลากรแห่งอนาคตผ่านความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาข้ามพรมแดนระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร” ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร ผ่านการส่งเสริมการจัดการศึกษาข้ามพรมแดน ช่วยผลักดันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษา และการพัฒนาหลักสูตรร่วมที่ตอบโจทย์ทักษะแห่งอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะทางสังคม และมุมมองสากลให้แก่ผู้เรียน อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการอุดมศึกษาของภูมิภาค


รองปลัดอว. กล่าวต่อว่า อว. และบริติช เคานซิลฯ ยังคงเดินหน้าความร่วมมือผ่านโครงการ Thailand-UK TNE Exploratory Grants ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรร่วม หลักสูตรบูรณาการ และรูปแบบการศึกษานานาชาติ อาทิ หลักสูตรปริญญาร่วม ปริญญาคู่ และปริญญาสองสถาบัน โดยมุ่งเน้นสาขาที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ หรือAI ยานยนต์ไฟฟ้า หรือEV) เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีดาวเทียม และสุขภาพและสุขภาวะ เพื่อยกระดับการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต และสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายแดนนี่ ไวท์เฮด ผู้อำนวยการบริติช เคานซิลฯ กล่าวว่า ไทยและสหราชอาณาจักร มีความสัมพันธ์ด้านการศึกษามายาวนานกว่า 170 ปี ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยกว่า 7,000 คนศึกษาต่อในสหราชอาณาจักร ขณะที่การเสด็จเยือนประเทศไทยของเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังตอกย้ำความสำคัญของความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และสุขภาพ ซึ่งจะช่วยต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

”การจัดการศึกษาข้ามพรมแดน เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพกำลังคน พัฒนาศักยภาพสถาบันอุดมศึกษา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน และส่งเสริมความร่วมมือเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยเข้าถึงการศึกษามาตรฐานสากลมากขึ้น พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของภูมิภาค ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง การสนับสนุนจากภาครัฐ คุณภาพชีวิตที่ดี และเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติระบบอังกฤษกว่า 250 แห่ง ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาการศึกษาข้ามชาติและกำลังคนคุณภาพสูง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน“ นายแดนนี่ กล่าว

Advertisement