‘ประเสริฐ’ ร่วมมือ อินโดนีเซีย-ญี่ปุ่น-Google ยกระดับการศึกษาไทยด้วย AI

23.07.26 | 22:12 น.

‘ประเสริฐ’ นำคณะผู้แทนไทยสร้างร่วมมือ อินโดนีเซีย-ญี่ปุ่น-Google ยกระดับการศึกษาไทยด้วย AI และทักษะแห่งอนาคต ภายใต้นโยบายAll for Education

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ สาธารณรัฐสิงคโปร์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นำคณะผู้บริหารระดับสูงของศธ. เดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระดับนานาชาติ ในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 14 โดยได้หารือทวิภาคีร่วมกับรัฐมนตรีจากอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และคณะผู้บริหาร Google Singapore เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อสร้างกำลังคนแห่งอนาคต โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ปรึกษาพิเศษด้านความร่วมมือกับต่างประเทศของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. เข้าร่วม

ความร่วมมือระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการศึกษา พัฒนาทักษะ AI อาชีวศึกษา และการแลกเปลี่ยนทางภาษา เพื่อสร้างกำลังคนแห่งอนาคต ในการหารือกับ ศาสตราจารย์ อับดุล มุตี (Prof. Dr. H. Abdul Mu’ti) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาระดับประถมและมัธยมแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

นายประเสริฐ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาภายใต้นโยบาย “All for Education” โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมถึงผลักดันการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิตและไมโครเครดิต ซึ่งมีแนวทางสอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษาของอินโดนีเซีย และเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ได้เสนอความร่วมมือด้าน AI Education เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการใช้ AI ในการจัดการเรียนรู้ การส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม (AI Ethics) และความปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ทั้งสองฝ่ายยังเห็นว่า การส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพครู ผ่านการแลกเปลี่ยนครูและการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันผลิตครูของทั้งสองประเทศ เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยและภาษาอินโดนีเซีย ผ่านการแลกเปลี่ยนครู อาจารย์ และสื่อการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านภาษาและวัฒนธรรม ตลอดจนการขยายโอกาสด้านทุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน โดยให้ความสำคัญกับนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนของทั้งสองประเทศ

Advertisement

รัฐมนตรีว่าการศธ.อินโดนีเซีย ได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาวิชาชีพครู การส่งเสริมอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (TVET) เพื่อรองรับเศรษฐกิจสีเขียว อาหาร กีฬา รวมถึงการประชาสัมพันธ์ ทุนการศึกษา Darmasiswa และหลักสูตรภาษาอินโดนีเซียสำหรับชาวต่างชาติ (BIPA) ซึ่งฝ่ายไทยแสดงความพร้อมในการสนับสนุนและต่อยอดความร่วมมือในทุกมิติ ผ่านการแลกเปลี่ยนครูและนักศึกษา การพัฒนาหลักสูตรร่วม การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ และการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษาไทยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนและทุนการศึกษาของอินโดนีเซียมากยิ่งขึ้น

“ไทยและอินโดนีเซียเป็นหุ้นส่วนสำคัญ ด้านการศึกษาในภูมิภาคอาเซียน และเชื่อมั่นว่าการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำความพร้อมในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่ายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อเตรียมเยาวชนของทั้งสองประเทศให้พร้อมรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21” นายประเสริฐ กล่าว

ความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น กระชับความร่วมมือโคเซ็น มุ่งพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต ยกระดับอาชีวศึกษา เทคโนโลยีแห่งอนาคต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้หารือทวิภาคีกับ นายฮิโระยูกิ นากามูระ (Hiroyuki NAKAMURA) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น (MEXT) ในการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 8 และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกด้านการศึกษา โดยในปี 2570 จะเป็นการครบรอบ 140 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ได้เสนอแนวทางขยายความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนากำลังคนและอาชีวศึกษา เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาไทยฝึกประสบการณ์ในสถานประกอบการของญี่ปุ่น การแลกเปลี่ยนครูและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาในสาขาที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยเสนอให้ยกระดับความร่วมมือด้าน KOSEN กับ National Institute of Technology ของญี่ปุ่น เพื่อกระชับและยกระดับความร่วมมือให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำMOU การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และครู การส่งเสริมโอกาสในการฝึกงานในบริษัทญี่ปุ่น การมอบทุนการศึกษา การวิจัยร่วมด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี การพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสะเต็ม หุ่นยนต์ การศึกษาเอไอ และ Lesson Study เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่สนับสนุนโครงการ Nihongo Partners และการส่งครูอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้ขยายความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโรงเรียนวิทยาศาสตร์และโรงเรียนที่มีความพร้อมด้านภาษา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนในระยะยาว พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย การพัฒนาระบบอาหารกลางวันในโรงเรียน (Cloud Kitchen) โดยเรียนรู้จากแนวคิด Shokuiku ของญี่ปุ่น ตลอดจนการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณธรรม วินัย และความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Tokkatsu และแนวปฏิบัติที่ดีของญี่ปุ่น

นายฮิโระยูกิ นากะมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง MEXT ญี่ปุ่น กล่าวว่า มีความยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือด้านการศึกษากับประเทศไทย ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสำคัญของญี่ปุ่นในภูมิภาค พร้อมชื่นชมแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของไทยที่มุ่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม หรือทกคัสสึ (Tokkatsu) ซึ่งเน้นการสร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยฝ่ายไทยแสดงความสนใจที่จะศึกษาและประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของประเทศไทย และเห็นว่าความร่วมมือในด้านดังกล่าวจะช่วยต่อยอดการพัฒนาผู้เรียน การแลกเปลี่ยนระหว่างโรงเรียนไทยกับญี่ปุ่น และคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการเป็นพลเมืองโลกในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างไทยกับGoogle Singapore ด้าน AI และเทคโนโลยีการศึกษา มุ่งยกระดับทักษะดิจิทัล พัฒนาครู และสร้างกำลังคนแห่งอนาคต ในการหารือทวิภาคีกับคณะผู้บริหาร Google Singapore เพื่อขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการศึกษา พร้อมผลักดันการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตของผู้เรียนและครูไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล

“ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมทั้งผลักดันระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านธนาคารเครดิตและไมโครเครดิต ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Google for Education ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาและเตรียมกำลังคนสู่อนาคต ได้เสนอความร่วมมือในการนำGemini for Education มาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนนำร่องของไทย เพื่อสนับสนุนครูในการจัดทำแผนการสอน สื่อการเรียนรู้ และการประเมินผล พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพครูและผู้เรียนด้านความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) การประยุกต์ใช้ AI และการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อจัดทำแนวทางการใช้ AI ในสถานศึกษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัยและจริยธรรม” นายประเสริฐ กล่าว

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเชื่อมโยง Google Career Certificates เข้ากับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ระบบธนาคารเครดิตและไมโครเครดิตของประเทศไทย เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทักษะดิจิทัลและการยกระดับสมรรถนะของผู้เรียนทุกช่วงวัย รวมถึงการสนับสนุน National Digital Learning Platform ผ่าน Google Workspace for Education Google Classroom ChromeOS Chromebook และเครื่องมือด้าน Learning Analytics เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ได้เชิญชวน Google พิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง AI Lab for Education ในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัย พัฒนา ทดลอง และขยายผลการใช้นวัตกรรม AI เพื่อการศึกษาในระดับภูมิภาคอาเซียน ผ่านความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาครูและผู้เรียน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ฝ่าย Google Singapore แสดงความพร้อมในการสานต่อความร่วมมือกับศธ.ของไทย ทั้งด้านการประยุกต์ใช้ Gemini for Education การขยายการใช้ Google Workspace for Education และ Google Classroom ในสถานศึกษา การพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่าน Google Career Certificates ตลอดจนความร่วมมือด้าน Cloud และโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการศึกษา และกำลังคนของประเทศไทย ซึ่งเห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมกันผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยและเตรียมเยาวชนไทยให้พร้อมสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมแห่งอนาคต