เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายโรงเรียนเทพมิตรศึกษา ร่วมกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนผ่านนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps และการประเมินตามสภาพจริง” ณ โรงแรมวังใต้ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมผู้บริหารและคณะครูอาจารย์ก้าวสู่การจัดการศึกษาฐานสมรรถนะอย่างเต็มรูปแบบ

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ(พว.)กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยต้องการก้าวสู่ Thailand 4.0 ระบบการศึกษาจะต้องเปลี่ยนจากการถ่ายทอดเนื้อหา (Content) ไปสู่การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้สามารถ คิดวิเคราะห์ สร้างองค์ความรู้ และสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ปัญหาสำคัญของโรงเรียนในปัจจุบันคือยังยึดติดกับการสอนเพื่อการสอบและการตัดสินผู้เรียนด้วยคะแนน ส่งผลให้การประเมินถูกใช้เพื่อจำแนกเด็กว่าใครเก่งหรืออ่อน มากกว่าการประเมินเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งตนคิดว่า โรงเรียนควรปรับการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักการสากล โดยใช้ Active Learning และกระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม ให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ครูทำหน้าที่ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ แทนการถ่ายทอดเนื้อหาเพียงฝ่ายเดียว เพราะความรู้ที่ผู้เรียนค้นพบและสร้างขึ้นเองจะกลายเป็น ความจำระยะยาว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง แตกต่างจากการเรียนเพื่อท่องจำที่มักลืมภายในเวลาไม่นาน

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวย้ำว่า เมื่อผู้เรียนมีความรู้และสมรรถนะที่แท้จริง การสอบในรูปแบบใดก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะเด็กจะสามารถทำข้อสอบได้โดยไม่ต้องอาศัยการท่องจำ อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ไปใช้ในการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ นอกจากนี้ พว. ยังเดินหน้าขยายการพัฒนาสมรรถนะครูและโรงเรียนทั่วประเทศ และการลงมาอบรมในพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารสถานศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาเป็นอย่างดี ก่อนขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น ๆ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

นายชาญชัย ชื่นพระแสง ผอ.โรงเรียนเทพนิมิตรศึกษา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษา คือ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งไม่ได้หมายถึงความเหลื่อมล้ำด้านฐานะทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่หมายถึง ความแตกต่างของศักยภาพและผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งในห้องเรียนมีทั้งนักเรียนที่เรียนรู้ได้รวดเร็วและนักเรียนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งการผลักดันการจัดการเรียนรู้ด้วย Active Learning ควบคู่กับกระบวนการ GPAS 5 Steps ก็เป็นเครื่องมือให้ครูสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน ช่วยให้นักเรียนทุกคนพัฒนาไปพร้อมกัน และบรรลุผลการเรียนรู้ได้สูงสุดตามศักยภาพของตน แม้ในบางสถานการณ์ครูอาจจำเป็นต้องใช้การสอนแบบ Passive Learning แต่หัวใจสำคัญคือการทำความเข้าใจและนำ Active Learning ไปสู่การปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะอย่างแท้จริง ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ที่ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางศุภลักษณ์ สวนจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายประถมศึกษาตอนต้นโรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้เห็นแนวทางการพัฒนาผู้เรียนที่เป็นรูปธรรม และสามารถนำไปปรับใช้ในห้องเรียนได้ทันที โดยมองว่ากระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียน เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มากกว่าการเรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว เพราะปัจจุบันแหล่งเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในหนังสือ แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ขณะที่บทบาทของครูเปลี่ยนจากผู้ถ่ายทอดความรู้มาเป็น ผู้ออกแบบและอำนวยความสะดวกในกระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบและต่อยอดองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง จะเห็นว่า GPAS 5 Steps เป็นกระบวนการที่มีความรอบรู้ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะการคิด การสื่อสาร ไปจนถึงการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริง จึงสอดคล้องกับแนวคิด Active Learning และสามารถยกระดับสมรรถนะผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ การอบรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ครูทุกระดับชั้นได้รับองค์ความรู้และแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน
นายชนก ณ วาโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารงานมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังเข้าร่วมอบรมการจัดการเรียนรู้ GPAS 5 Steps ของ พว.ครั้งนี้ช่วยให้ครูมีความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับขั้นตอนและกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนในโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการเรียนอย่างมีความสุข ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม โดยมุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง มากกว่าการเรียนเพื่อท่องจำเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็ยอมรับว่า นักเรียนของโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้เรียนระดับปานกลางและอ่อน จึงเป็นความท้าทายของครูในการออกแบบการเรียนรู้ให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสพัฒนาอย่างเท่าเทียม มีความสุขกับการเรียน ไม่หนีคาบเรียน และมีทักษะที่สามารถต่อยอดในอนาคตได้นอกจากนี้ ยังชื่นชม พว. ว่าเป็นองค์กรต้นแบบด้านการพัฒนาวิชาการของประเทศ ที่มีนวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษา พร้อมทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาการเรียนการสอนเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ
ครูนิภาวรรณ เทพีรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนที่เข้าร่วมอบรมการจัดการเรียนรู้ด้วย GPAS 5 Steps ของ พว.ครั้งนี้ เห็นว่า แนวทางดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการเรียนการสอน เพราะเปลี่ยนบทบาทของผู้เรียนจาก ผู้รับความรู้ ไปสู่ ผู้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นลำดับขั้นและสามารถนำไปใช้ได้จริงในห้องเรียน เพราะที่ผ่านมาครูจำนวนมากยังใช้วิธีถ่ายทอดความรู้เป็นหลักเพื่อให้ทันเนื้อหาหลักสูตร แต่เมื่อมีกรอบการจัดการเรียนรู้ที่ชัดเจนอย่าง GPAS 5 Steps จะช่วยให้ครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เป็นระบบ ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ค้นคว้า รวบรวมข้อมูล คิดวิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และนำเสนอผลงานด้วยตนเอง อีกทั้งการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบดังกล่าวจะทำให้ทั้งครูและนักเรียนสนุกกับการเรียนมากขึ้น เพราะผู้เรียนไม่ได้เป็นเพียงผู้ฟัง แต่ได้มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถแตกต่างกันได้แสดงศักยภาพในด้านที่ตนถนัด ไม่ว่าจะเป็นการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม หรือการนำเสนอผลงาน
ครูสาคร มาตพงษ์ โรงเรียนมารีพิทักษ์ศึกษา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ทำให้เกิดความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning มากขึ้น และได้รับแนวทางที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนได้ทันที สิ่งสำคัญที่ได้รับคือการพัฒนาครูให้มีความพร้อมก่อนนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดสู่ผู้เรียน โดยมองว่ากระบวนการ GPAS 5 Steps ไม่ได้เป็นเรื่องยาก หากครูเข้าใจขั้นตอนและนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้โรงเรียนจะมีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning อยู่แล้ว แต่หลังการอบรมเชื่อว่าจะสามารถยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้เข้มข้นและเป็นระบบมากกว่าเดิม ขณะที่บรรยากาศในโรงเรียนเน้นความเป็นกันเองระหว่างครูกับนักเรียน ส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็นและเรียนรู้อย่างมีความสุข



