‘นักวิชาการ’ ชงรีเซ็ตโครงสร้างศธ. ชี้ตั้ง ‘ศธภ.’ ซ้ำซ้อน เสี่ยงสูญเปล่า

31.07.26 | 20:25 น.

‘นักวิชาการ’ ชงรีเซ็ตโครงสร้างศธ. ชี้ตั้ง ‘ศธภ.’ ซ้ำซ้อน เสี่ยงสูญเปล่า

นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินหน้าแต่งตั้ง ศึกษาธิการภาค(ศธภ.) ตำแหน่งที่ว่าง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่ศธ. เสนอล็อตแรก 5 รายและเตรียมเสนอแต่งตั้งศธภ. ที่เหลืออีก 7 ภาค จนครบ โดยให้เหตุผลว่าเป็นตำแหน่งที่มีอยู่เดิม มีอัตราและเงินงบประมาณรองรับอยู่แล้ว ไม่ใช่การสร้างตำแหน่งขึ้นใหม่เพื่อเพิ่มบุคลากร และไม่ได้ทำงานซ้ำซ้อนกับผู้ตรวจราชการศธ. นั้น หากมองในเชิงโครงสร้างต้องยอมรับว่า ปัจจุบันหน้าที่ความรับผิดชอบของศธภ. และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ผู้ตรวจราชการ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีความทับซ้อนกัน และมีบุคลากรมากกว่าภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ

นายอดิศร กล่าวต่อว่า เดิมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) เกิดขึ้นจากแนวคิดการกระจายอำนาจตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยกระจายอำนาจจากส่วนกลางลงสู่เขตพื้นที่ฯ และสถานศึกษา เพื่อให้การบริหารจัดการศึกษามีความคล่องตัวและตรงกับความต้องการของท้องถิ่น ขณะที่ ศธภ.และศธจ. เกิดขึ้นในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งเพื่อให้มาทำหน้าที่บริหารงานบุคคล แต่ปัจจุบันภารกิจดังกล่าวได้กลับไปอยู่ที่เขตพื้นที่ฯ แล้ว จึงเห็นว่า รัฐบาลคนปรับลด และจัดโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเปล่าทางการศึกษา

“สำหรับรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ไม่ได้แต่งตั้ง ศธภ. แต่ยังมีการแต่งตั้ง ศธจ. ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันแต่งตั้ง ศธภ.รวม 5 ราย ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับ10 ทั้งที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบไม่ชัดเจน ซ้ำซ้อน แม้จะตั้งเป้าให้เป็นผู้ควบคุมกลไกหรือเป็นแม่ทัพในการขับเคลื่อนงาน แต่ก็เปรียบเสมือนแม่ทัพที่ไม่มีอาวุธและทรัพยากร เพราะไม่มีโครงสร้างอำนาจรองรับ ทำหน้าที่เพียงประสานงาน ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่สำคัญไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการยกระดับการศึกษาที่เป็นรูปธรรมได้ ” นายอดิศร กล่าว

นายอดิศร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันหากพิจารณาเป็นรายบุคคล ยอมรับว่าการแต่งตั้งศธภ.ครั้งนี้ มีบางรายที่เติบโตในสายงานอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ทุกประการ แต่เห็นได้ชัดว่า มีการวางไว้ล่วงหน้า เพื่อเปิดทางไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งดังกล่าวไม่ถือว่ามีความผิด และการจะแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งก็เป็นอำนาจที่สามารถดำเนินการได้

“ในการจัดทำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ควรกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของหน่วยงานด้านการศึกษาให้ชัดเจนไว้ในกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ยังมีความกังวล เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯ ถูกยกเลิกมาแล้วหลายครั้ง หากเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างหน่วยงานมากเกินไป อาจส่งผลให้กฎหมายไม่สามารถผ่านกระบวนการพิจารณาได้ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าควรรีเซ็ตโครงสร้างหน่วยงานด้านการศึกษา โดยจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลเชิงนโยบายขึ้นใหม่ พร้อมสลายบทบาทของศธภ.และเขตพื้นที่ฯเป็นหน่วยงานใหม่ รับผิดชอบการบริหารจัดการระดับจังหวัดและขึ้นตรงต่อส่วนกลาง เพื่อให้บทบาทหน้าที่มีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการศึกษาของประเทศ” นายอดิศร กล่าว

Advertisement